ข้ามไปยังเนื้อหา

Juvelook (จูวีลุค) คืออะไร PDLLA ช่วยอะไร ข้อควรระวัง และสถานะการอนุมัติ

สารบัญ

ผู้หญิงยกมือหยิบลูกปัดเม็ดเล็ก มีชามลูกปัดสีพาสเทลวางบนโต๊ะ ข้างแจกันดอกไม้

สรุปสั้น ๆ

  • Juvelook คืออนุภาค PDLLA ผสมไฮยาลูโรนิกแอซิด งานวิจัยที่เปิดอ่านมีผู้เข้าร่วม 20-40 คนและติดตามผลระยะสั้น [1][2][5]
  • การทดลองสุ่มเทียบกับ PLLA ที่ร่องแก้มพบว่าริ้วรอยดีขึ้นใกล้เคียงกัน แต่ผู้ผลิตเป็นผู้ให้ทุน [2]
  • ก้อนใต้ผิวจาก PDLLA ไม่ละลายด้วยไฮยาลูโรนิเดส และยังไม่พบเอกสารทางการที่ยืนยันสถานะ FDA สหรัฐฯ หรือ อย. ไทย ควรตรวจเอง [3][7][8]

Juvelook (จูวีลุค) คืออะไร ทำจากอะไร

Juvelook คือผลิตภัณฑ์ฉีดของบริษัท VAIM จากเกาหลีใต้ ที่ประกอบด้วยอนุภาค PDLLA ผสมไฮยาลูโรนิกแอซิด [1][4] PDLLA ย่อมาจาก poly-D,L-lactic acid เป็นพอลิเมอร์ที่ร่างกายย่อยสลายได้และเข้ากับเนื้อเยื่อได้ [1] ภาพจากผู้ผลิตในงานทบทวนแสดงอนุภาคทรงกลมมีรูพรุน เส้นผ่านศูนย์กลาง 30-70 ไมโครเมตร ซึ่งเล็กพอผ่านเข็มได้ [1]

ผู้เขียนงานวิจัยที่ผู้ผลิตให้ทุนอธิบายว่า PDLLA กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนคล้าย PLLA ส่วนไฮยาลูโรนิกแอซิดชนิดไม่เชื่อมขวางช่วยให้ผิวอิ่มน้ำทันที [2] นี่คือคำอธิบายกลไกจากผู้เขียน ไม่ใช่ผลที่ยืนยันแล้วในผู้ใช้ทุกคน

PDLLA และ PLLA กระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อแบบอักเสบเล็กน้อย ซึ่งทำให้คอลลาเจนชนิดที่ 1 เพิ่มขึ้นตรงจุดที่ฉีด [3] สารกลุ่มนี้จึงเรียกว่าสารกระตุ้นคอลลาเจน ดูภาพรวมทั้งกลุ่มได้ที่ [[collagen-stimulator-types-explained]]

Juvelook ช่วยอะไร งานวิจัยวัดผลอะไรบ้าง

งานวิจัยผู้เข้าร่วมสิ่งที่วัดและผลที่รายงานข้อจำกัด
งานผิวหน้าที่รีวิวปี 2024 ทบทวนไว้20 คนความยืดหยุ่น ความกระชับ ความชุ่มชื้น ผู้เขียนรายงานว่าดีขึ้น [1]รีวิวจัดหลักฐานไว้ระดับ 4 จาก 5 (1 คือสูงสุด) [1]
งานรอยแตกลายที่ท้องที่รีวิวปี 2024 ทบทวนไว้ ใช้ร่วมกับเลเซอร์20 คนพื้นผิวผิว ความยืดหยุ่น และลักษณะรอยแตกลายดีขึ้น [1]ใช้ร่วมกับเลเซอร์ ผลจึงไม่ใช่ของ Juvelook อย่างเดียว [1]
Park และคณะ 2026: ร่องแก้ม เทียบกับ PLLA แบบสุ่มแบ่งครึ่งหน้า33 คนคะแนนความรุนแรงของริ้วรอย (WSRS) จากภาพถ่าย ดีขึ้นจากก่อนฉีดทั้งสองข้างและใกล้เคียงกัน [2]ผู้ผลิตให้ทุน ติดตามผลสั้น ให้คะแนนตามความเห็นของผู้ประเมิน [2]
ทะเบียนวิจัยมหาวิทยาลัยอาจู: ผิวเสียจากแดด เทียบกับน้ำเกลือแบบสุ่มแบ่งครึ่งหน้า40 คนค่าความสว่างของผิวด้วยเครื่องวัดสี [5]ทะเบียนยังไม่แสดงผล และสถานะล่าสุดที่บันทึกคือไม่ทราบ (ตรวจสอบล่าสุด มิถุนายน 2023) [5]

เลื่อนดูตาราง →

งานวิจัยวัดความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และความรุนแรงของร่องแก้ม แต่มีผู้เข้าร่วม 20-40 คนและติดตามผลระยะสั้น จึงยังสรุปผลระยะยาวไม่ได้ [1][2][5] ตารางด้านล่างสรุปงานที่เปิดอ่านได้ พร้อมข้อจำกัดของแต่ละงาน

งานของ Park และคณะ (2026) แบ่งครึ่งหน้าเพื่อเทียบผลิตภัณฑ์ PDLLA กับ PLLA ที่ร่องแก้มในผู้เข้าร่วม 33 คน ผู้เขียนสรุปว่าทั้งสองข้างดีขึ้นจากก่อนฉีดอย่างมีนัยสำคัญและใกล้เคียงกัน จึงเรียกผลิตภัณฑ์ PDLLA ว่าไม่ด้อยกว่า PLLA [2] ผู้เขียนระบุข้อจำกัดเองว่าติดตามผลสั้นและใช้เครื่องมือประเมินที่เป็นการให้คะแนนตามความเห็น [2]

ยังไม่พบตัวเลขระยะเวลาที่ผลคงอยู่ซึ่งเป็นมาตรฐานในงานที่เปิดอ่าน งานของ Park ประเมินถึงสัปดาห์ที่ 24 นับจากเริ่มฉีด [2] ผลที่วัดได้จากภาพถ่ายหรือเครื่องมือไม่ได้แปลว่าผู้ใช้ทุกคนจะเห็นเหมือนกัน

งานที่เปิดอ่านเทียบเฉพาะกับ PLLA หรือน้ำเกลือ ไม่ได้เทียบกับสกินบูสเตอร์ชนิดอื่น [2][5] จึงบอกไม่ได้ว่าตัวไหนเหมาะกับผิวแบบใด แนวทางเลือกอ่านต่อได้ที่ [[skin-booster-which-for-which-skin]]

PDLLA ต่างจาก PLLA อย่างไร

PDLLA และ PLLA เป็นพอลิเมอร์แลกติกแอซิดทั้งคู่ แต่อนุภาคต่างรูปทรง โดย PDLLA เป็นทรงกลมมีรูพรุน ส่วน PLLA เป็นอนุภาคไม่สม่ำเสมอและแน่น [2] ผู้เขียนงานของ Park (ที่ผู้ผลิต PDLLA ให้ทุน) อธิบายว่า PDLLA มีโครงสร้างไม่เป็นผลึกจึงสลายตัวค่อนข้างเร็วและสลายจากแกนกลางออกมา [2]

ข้อนี้เป็นคำอธิบายของผู้เขียน ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า PDLLA ปลอดภัยกว่าหรือดีกว่า PLLA ในผู้ใช้จริง งานเดียวที่เทียบกันตรง ๆ ที่เปิดอ่านพบผลใกล้เคียงกันที่ร่องแก้ม [2]

FDA สหรัฐฯ จัด PLLA เป็นหนึ่งในวัสดุของสารเติมเต็มผิวที่อธิบายไว้ และระบุว่าผลของ PLLA ค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ [7] อ่านรายละเอียดของ PLLA ได้ใน [[sculptra-plla-explained]]

Juvelook มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ก้อนใต้ผิวและความเสี่ยงต่อหลอดเลือด

ข้อควรระวังหลักคือก้อนใต้ผิวที่ไม่ละลายด้วยไฮยาลูโรนิเดสและแก้ไม่ง่าย รวมถึงความเสี่ยงที่พบน้อยแต่รุนแรงจากการฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ [3][4][6] รีวิวปี 2024 ระบุภาวะแทรกซ้อนของ PDLLA ว่ารวมแกรนูโลมา (ก้อนแข็งแดงจากปฏิกิริยาของร่างกาย) ก้อนที่ไม่อักเสบจากการกระจายตัวของสารไม่สม่ำเสมอ และการเคลื่อนของสาร [1]

แนวทางจัดการก้อนปี 2025 อธิบายว่าก้อนมักเกิดภายในหลายเดือนหลังฉีด จากสารที่กองรวมกันหรือกระจายไม่สม่ำเสมอ และต่างจากก้อนของฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกที่ละลายด้วยไฮยาลูโรนิเดสได้ ก้อน PDLLA ไม่ตอบสนองต่อเอนไซม์แบบตรงไปตรงมาและตอบสนองต่อยาสเตียรอยด์ไม่ดีนัก [3] งานของ Park ระบุกรอบเวลาของสารกลุ่มพอลิแลกติกแอซิดว่าก้อนมักเริ่มราว 1-2 เดือนหลังฉีด ส่วนแกรนูโลมาอาจเกิดช้ากว่านั้นมากที่ราว 6-24 เดือน [2]

การรักษาก้อนมีหลายระดับตั้งแต่วิธีไม่รุกล้ำจนถึงการผ่าตัดหากก้อนไม่หาย [3] เป็นหน้าที่ของแพทย์ ไม่ควรลองทำเองตามคำแนะนำในอินเทอร์เน็ต

ความเสี่ยงที่พบน้อยแต่รุนแรงของสารเติมเต็มผิวทุกชนิดคือการฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ FDA สหรัฐฯ ระบุว่าอาจทำให้เนื้อเยื่อตาย การมองเห็นผิดปกติรวมถึงตาบอด หรือเส้นเลือดสมองอุดตัน [6] ข้อมูลนี้เป็นของสารเติมเต็มผิวโดยรวม ไม่ใช่เฉพาะ Juvelook

ทีมวิจัยที่นำโดยแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดีฉีด Juvelook เข้าหลอดเลือดแดงที่หูของกระต่าย 112 ตัว พบว่าที่ปริมาณฉีดหนึ่งเลือดไหลติดขัดชั่วคราวแล้วกลับมาเองภายใน 5 นาที และไม่พบผิวหนังตาย [4] ผู้เขียนคนแรกเป็นที่ปรึกษาทางการแพทย์ของ VAIM [4] และผลในสัตว์ไม่ใช่ข้อยืนยันความปลอดภัยในคน

อาการทั่วไปหลังฉีดสารเติมเต็มผิวตามข้อมูล FDA คือช้ำ แดง บวม ปวด และคัน [6] หากปวดมาก ผิวเปลี่ยนสี มีแผลเปิด หรือมองเห็นผิดปกติ ให้ติดต่อแพทย์ที่ฉีดทันที

Juvelook ผ่านการอนุมัติหรือยัง สถานะที่ตรวจสอบได้

ตามเอกสารที่เปิดอ่านได้ ยังไม่พบหลักฐานว่า Juvelook ได้รับอนุมัติจาก FDA สหรัฐฯ หรือขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทย จึงควรขอเลขทะเบียนและตรวจสอบเองก่อนตัดสินใจ [5][7][8] ข้อมูลในหัวข้อนี้ตรวจเมื่อ 12 ตุลาคม 2569

สหรัฐฯ: หน้าของ FDA เรื่องสารเติมเต็มผิวอธิบายวัสดุไว้ 4 ชนิด คือ ไฮยาลูโรนิกแอซิด แคลเซียมไฮดรอกซีลาพาไทต์ PLLA และ PMMA ไม่มี PDLLA [7] หน้านั้นระบุว่าปรับปรุงล่าสุดปี 2020 และให้ค้นฐานข้อมูลอนุมัติของ FDA เอง จึงควรตรวจฐานข้อมูลล่าสุดซ้ำ [7]

ยุโรป: ทะเบียนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอาจูเขียนว่า Juvelook ได้รับ CE ในยุโรปปี 2020 [5] ข้อความนี้เป็นคำของผู้วิจัย ไม่ใช่เอกสารของหน่วยงานกำกับ

เกาหลีใต้และไทย: ยังไม่พบเอกสารทางการที่เปิดอ่านได้ของหน่วยงานเกาหลี (MFDS) หรือ อย. ไทย ที่ยืนยันสถานะของ Juvelook บทความนี้จึงไม่ระบุว่าอนุมัติหรือไม่ อย. เคยแนะนำประชาชนในคำเตือนเรื่อง exosome ให้ตรวจเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์และเลขอนุญาตโฆษณา (ฆพ.) และโทรสายด่วน 1556 หากมีผลข้างเคียง [8] ถ้าสถานพยาบาลบอกว่า Juvelook ผ่าน อย. ให้ขอดูเลขทะเบียนและตรวจกับ อย. ด้วยตัวเอง

ก่อนตัดสินใจ ควรถามแพทย์เรื่อง Juvelook อะไรบ้าง

ควรถามเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เลขทะเบียน ประสบการณ์ของแพทย์ และแผนรับมือหากเกิดก้อนหรืออาการผิดปกติ โดยการฉีดต้องทำโดยแพทย์ผู้ได้รับใบอนุญาต [6] FDA สหรัฐฯ แนะนำให้เลือกผู้ให้บริการที่มีใบอนุญาตและผ่านการฝึกฉีดสารเติมเต็มผิว และไม่ฉีดสารเติมเต็มผิวด้วยตนเอง [6]

รายการด้านล่างใช้เป็นคำถามตั้งต้น คำตอบที่เหมาะกับคุณขึ้นอยู่กับผิว ประวัติสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ที่คลินิกใช้จริง

  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้คือรุ่นใด ขอดูกล่อง ฉลาก และเลขทะเบียน [8]
  • แพทย์เคยดูแลก้อนใต้ผิวหลังฉีดสารกลุ่ม PDLLA อย่างไร และคลินิกมีนัดติดตามผลหรือไม่ [3]
  • ประวัติแพ้ แผลเป็นนูน และการเคยฉีดสารเติมเต็มผิวมีผลต่อการตัดสินใจหรือไม่ เพราะงานวิจัยเหล่านี้คัดผู้ที่มีลักษณะดังกล่าวออก [2]
  • อาการแบบไหนต้องติดต่อคลินิกทันที เช่น ปวดมาก ผิวเปลี่ยนสี มีแผล หรือมองเห็นผิดปกติ [6]
  • ผลที่คาดหวังจะวัดอย่างไร และคลินิกจะประเมินผลเมื่อไร

คำถามที่พบบ่อย

Juvelook คืออะไร?

Juvelook คือผลิตภัณฑ์ฉีดของบริษัท VAIM จากเกาหลีใต้ ทำจากอนุภาค PDLLA ผสมไฮยาลูโรนิกแอซิด ผู้ผลิตออกแบบให้กระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มความชุ่มชื้น [1][2]

Juvelook ช่วยอะไร?

งานวิจัยที่เปิดอ่านวัดความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น และริ้วรอยที่ร่องแก้ม โดยมีผู้เข้าร่วม 20-40 คนและติดตามผลระยะสั้น จึงยังสรุปผลระยะยาวไม่ได้ [1][2][5]

PDLLA กับ PLLA ต่างกันอย่างไร?

อนุภาค PDLLA เป็นทรงกลมมีรูพรุน ส่วน PLLA เป็นอนุภาคไม่สม่ำเสมอและแน่น [2] งานเทียบกันตรง ๆ ที่ร่องแก้มพบผลใกล้เคียงกัน แต่ผู้ผลิต PDLLA เป็นผู้ให้ทุน [2]

Juvelook ทำให้เกิดก้อนหรือไม่ และแก้อย่างไร?

ก้อนใต้ผิวเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มีรายงานของ PDLLA [1] ก้อนมักเกิดภายในหลายเดือนหลังฉีด ไม่ละลายด้วยไฮยาลูโรนิเดส และต้องให้แพทย์เลือกวิธีรักษา [3]

Juvelook ผ่าน อย. หรือ FDA แล้วหรือยัง?

ยังไม่พบเอกสารทางการที่เปิดอ่านได้ยืนยันสถานะกับ อย. ไทย ส่วน PDLLA ไม่อยู่ในรายการวัสดุสารเติมเต็มผิวในหน้า FDA สหรัฐฯ ที่ปรับปรุงปี 2020 [7] ให้ขอเลขทะเบียนและตรวจกับ อย. [8]

Juvelook อยู่ได้นานแค่ไหน?

ไม่พบตัวเลขมาตรฐานในงานที่เปิดอ่าน งานเทียบกับ PLLA ประเมินถึงสัปดาห์ที่ 24 นับจากเริ่มฉีด และผู้เขียนระบุว่าการติดตามผลสั้นเกินกว่าจะประเมินภาวะแทรกซ้อนระยะยาวได้ [2]

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ การทำหัตถการทุกชนิดควรทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

  1. Lee KWA, Chan LKW, Lee AWK, Lee CH, Wong STH, Yi KH. Poly-d,l-lactic Acid (PDLLA) Application in Dermatology: A Literature Review. Polymers (Basel). 2024;16(18):2583. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11434839/ (DOI 10.3390/polym16182583)กลับไปที่ข้อความ
  2. Park JY, Im DJ, Jeon HD, Kim HJ, Rhee DY, Goo BL, Han KH, Chang Z, Kim HS. A Split Face Study Comparing the Effect of a PDLLA Based Product and PLLA on the Nasolabial Fold (NLF). Skin Research and Technology. 2026;32(1):e70324. Funded by Vaim Co., Ltd. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12802405/ (DOI 10.1111/srt.70324)กลับไปที่ข้อความ
  3. Magacho-Vieira FN, Ducati EPJ. Clinical Management of Poly-D,L-Lactic Acid Nodules: A Guideline With Diagnostic and Treatment Flowchart. Journal of Cosmetic Dermatology. 2025;24(4):e70158. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11956123/ (DOI 10.1111/jocd.70158)กลับไปที่ข้อความ
  4. Vachiramon V, Boonyarattanasoonthorn T, Rattanapinyopituk K, Duangbupha J, Limprasutr V, Kijtawornrat A, Wan J. Investigation of Vascular Behaviour and Tissue Response Following Intra-Arterial Injection of Poly D,L-Lactic Acid with Hyaluronic Acid Hybrid Biostimulators (Juvelook and Juvelook Volume) in a Rabbit Ear Model. Journal of Functional Biomaterials. 2026;17(9):447. Rabbit study; the first author is a medical advisor to VAIM. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC13608762/ (DOI 10.3390/jfb17090447)กลับไปที่ข้อความ
  5. Ajou University School of Medicine (sponsor-investigator Jin Cheol Kim). A Prospective, Split-face, Randomized Study of the Poly-D, L Lactic Acid (PDLLA) for Photoaged Skin. ClinicalTrials.gov NCT05913102; record last verified June 2023, status unknown, no results posted. https://clinicaltrials.gov/study/NCT05913102กลับไปที่ข้อความ
  6. US Food and Drug Administration. Dermal Fillers (Soft Tissue Fillers). FDA. Content current as of 07/06/2023 (US date format); accessed 2026-10-12. https://www.fda.gov/medical-devices/aesthetic-cosmetic-devices/dermal-fillers-soft-tissue-fillersกลับไปที่ข้อความ
  7. US Food and Drug Administration. FDA-Approved Dermal Fillers. FDA. Content current as of 11/09/2020 (US date format); accessed 2026-10-12. https://www.fda.gov/medical-devices/aesthetic-cosmetic-devices/fda-approved-dermal-fillersกลับไปที่ข้อความ
  8. ผู้จัดการออนไลน์. อย.เตือนเทคโนโลยี Exosome ฉีดหน้า ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน อย่าหลงเชื่อทำ. 14 กรกฎาคม 2566 (คำแนะนำของ อย. เรื่องตรวจเลขทะเบียน เลขอนุญาตโฆษณา และสายด่วน 1556). https://mgronline.com/qol/detail/9660000063880กลับไปที่ข้อความ
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?