ข้ามไปยังเนื้อหา

ฉีดเหนียง (ฉีดแฟตเหนียง) คืออะไร ยาที่อนุมัติต่างจากเมโสแฟตผสมอย่างไร

สารบัญ

ภาพด้านข้างผู้หญิงเงยคาง ใช้ปลายนิ้วแตะใต้คาง ใส่สร้อยไข่มุก บนพื้นหลังสีฟ้า

สรุปสั้น ๆ

  • ในสหรัฐฯ ยาฉีดสลายไขมันที่ FDA อนุมัติมีข้อบ่งใช้เฉพาะไขมันใต้คางในผู้ใหญ่ และต้องฉีดโดยบุคลากรทางการแพทย์ [1][2]
  • สูตรเมโสแฟตผสมที่ขายทั่วไปเป็นอีกกลุ่ม FDA สหรัฐฯ ยังไม่ได้ประเมิน และ อย. ไทยเคยออกคำเตือนไว้ [3][7]
  • เหนียงอาจมาจากไขมัน ผิวหย่อน หรือโครงสร้างคาง ให้แพทย์แยกสาเหตุก่อนเลือกวิธี [1][5][8]

ฉีดเหนียงคืออะไร และฉีดแฟตเหนียงคือสิ่งเดียวกันไหม

ฉีดเหนียงคือการฉีดสารเข้าชั้นไขมันใต้คางเพื่อลดไขมันบริเวณนั้น ในทางการแพทย์เรียกว่า injection lipolysis [1][2][3]

ยาที่ FDA สหรัฐฯ อนุมัติเมื่อปี 2015 สำหรับงานนี้มีตัวยาเดียวคือ deoxycholic acid ชื่อการค้า Kybella [2] ฉลากยาอธิบายว่ายานี้ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ไขมันที่ถูกฉีดจนเซลล์แตก [1]

คำว่า “ฉีดแฟต” หรือ “เมโสแฟต” ที่คนไทยคุ้นเป็นชื่อเรียกการฉีดสลายไขมันเฉพาะจุดหลายสูตร ไม่ใช่ชื่อยาตัวใดตัวหนึ่ง [7] ฉะนั้นประโยค “ฉีดแฟตเหนียง” อาจหมายถึงยาที่ได้รับอนุมัติ หรือสูตรผสมที่ไม่ได้รับการประเมิน ซึ่งต้องถามแพทย์ว่าใช้ตัวไหน [3][7]

เหนียงใต้คางเกิดจากไขมัน หนังหย่อน หรือโครงสร้างคางกันแน่

สาเหตุที่พบได้สิ่งที่มักเห็นการฉีดสลายไขมันตรงโจทย์หรือไม่
ไขมันใต้คางสะสมใต้คางหนาขึ้น สัมพันธ์กับน้ำหนักหรือไขมันเฉพาะที่ [5]ตรงกับข้อบ่งใช้ของยาที่ FDA อนุมัติ [1]
ผิวหย่อน หรือแถบกล้ามเนื้อคอผิวสูญเสียความยืดหยุ่น หรือเห็นแถบเป็นเส้นตามคอ [5]ฉลากให้พิจารณาความเสี่ยง เพราะลดไขมันแล้วผลอาจไม่น่าพอใจ [1]
โครงสร้างคาง หรือผลจากการผ่าตัดขากรรไกรคางยื่นน้อย เนื้อเยื่อมารวมกันใต้คาง [5]ให้แพทย์ประเมินสาเหตุก่อนเลือกวิธี [8]
สาเหตุทางการแพทย์อื่นต่อมไทรอยด์โต หรือต่อมน้ำเหลืองที่คอโต [1]ฉลากให้คัดกรองก่อนฉีด [1]

เลื่อนดูตาราง →

เหนียงใต้คางไม่ได้มาจากไขมันเสมอไป งานทบทวนทางกายวิภาคระบุว่าภาวะคางสองชั้นมีสาเหตุหลายอย่างที่ทับซ้อนกันได้ [5]

งานทบทวนนั้นแบ่งสาเหตุหลักเป็นสามกลุ่ม คือมาแต่กำเนิด เกิดหลังผ่าตัดขากรรไกรหรือคาง และมีไขมันสะสมใต้คางมากเกินไป [5] คางที่ยื่นออกมาน้อยทำให้เนื้อเยื่อ รวมถึงไขมัน มารวมกันใต้คางได้ [5]

งานเดียวกันยังกล่าวถึงผิวที่หย่อนเพราะสูญเสียความยืดหยุ่น และแถบกล้ามเนื้อ platysma ที่เห็นเป็นเส้นตามคอ [5] รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดสัมพันธ์กับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือไขมันสะสมเฉพาะที่บริเวณคอ [5]

ฉลากยาที่ FDA อนุมัติให้แพทย์คัดกรองสาเหตุอื่นที่ทำให้ใต้คางดูหนาก่อนฉีด เช่น ต่อมไทรอยด์โตหรือต่อมน้ำเหลืองที่คอโต [1] แพทย์ผู้ทบทวนเรื่องความเสี่ยงร้ายแรงหลังฉีดก็แนะนำให้ประเมินสาเหตุของไขมันใต้คางก่อนเลือกวิธี [8]

ยาฉีดใต้คางที่ได้รับอนุมัติต่างจากสูตรเมโสแฟตผสมอย่างไร

สิ่งที่เทียบยาที่ FDA สหรัฐฯ อนุมัติสูตรเมโสแฟตผสมที่ขายทั่วไป
ตัวยาdeoxycholic acid ตัวเดียว [1]มักเป็น phosphatidylcholine (PPC) หรือ sodium deoxycholate (DC) ใช้เดี่ยวหรือผสมกัน [3]
บริเวณที่อนุมัติไขมันใต้คางในผู้ใหญ่เท่านั้น ใช้นอกบริเวณนี้ไม่ได้รับอนุมัติ [1]FDA ยังไม่ได้ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิผล [3]
ผู้ฉีดฉลากระบุว่าต้องเป็นบุคลากรทางการแพทย์ [1]FDA พบทั้งผู้ฉีดที่อาจไม่มีใบอนุญาต และการซื้อมาฉีดเอง [3]
ข้อมูลความเสี่ยงระบุในฉลาก และปรับฉลากล่าสุดเดือนกันยายน ค.ศ. 2026 [2]FDA ระบุว่ามีรายงานแผลเป็นถาวร การติดเชื้อรุนแรง และก้อนเจ็บลึก [3]
มาตรฐานการฉีดฉลากกำหนดตำแหน่งที่ต้องหลีกเลี่ยง เช่น แนวเส้นประสาทใบหน้ากิ่งแถบขากรรไกรล่าง (marginal mandibular) [1]ผู้เขียนงานวิจัยสูตร PC-DC ยอมรับว่ายังไม่มีโปรโตคอลมาตรฐานสำหรับการใช้นอกข้อบ่งใช้ [6]

เลื่อนดูตาราง →

ความต่างอยู่ที่การประเมินของหน่วยงานกำกับดูแลและขอบเขตที่อนุมัติ ไม่ใช่ที่ชื่อสารอย่างเดียว FDA สหรัฐฯ ระบุว่า Kybella และยาสามัญตัวยาเดียวกันเป็นยาเพียงกลุ่มเดียวที่อนุมัติสำหรับปรับรูปลักษณ์ความหนาของไขมันใต้คาง [2]

การอนุมัตินั้นเป็นของ FDA สหรัฐฯ ไม่ใช่ของไทย [2] ในปี 2561 อย. ไทยระบุว่าไม่เคยรับขึ้นทะเบียนตำรับยาผลิตภัณฑ์ฉีดสลายไขมันใด ๆ [7] ก่อนตัดสินใจ ให้ถามแพทย์ว่าผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ได้รับอนุญาตในไทยหรือไม่ และตรวจสถานะล่าสุดกับ อย.

ยาที่อนุมัติมีข้อมูลจากการทดลองแบบสุ่มและเทียบกับยาหลอก ในการทดลองระยะที่ 3 ที่ตีพิมพ์ใน British Journal of Dermatology ผู้ที่ได้ยาราว 59-65% ได้รับการประเมินจากแพทย์ว่าดีขึ้น เทียบกับ 23.0% ในกลุ่มยาหลอก [4] ตัวเลขนี้เป็นผลเฉลี่ยของกลุ่มที่เข้าร่วมการทดลอง ไม่ใช่ผลที่รับรองสำหรับคนใดคนหนึ่ง [4]

ใครเหมาะกับการฉีดเหนียง และใครควรระวัง

ผู้ที่การทดลองของยาที่อนุมัติรับเข้าศึกษาคือผู้ใหญ่อายุ 19-65 ปี ดัชนีมวลกายไม่เกิน 40 มีไขมันใต้คางระดับปานกลางถึงมาก และไม่มีผิวหย่อนมากเกินไป [1]

การทดลองใน British Journal of Dermatology ไม่รับผู้ที่มีสาเหตุอื่นทำให้ใต้คางโต หรือผู้ที่ดัชนีมวลกายเกิน 30 [4] จึงควรอ่านผลการทดลองเป็นข้อมูลของกลุ่มคนแบบนั้น ไม่ใช่ทุกคน [1][4]

กรณีต่อไปนี้ฉลากหรืองานวิจัยระบุให้ระวังเป็นพิเศษ ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนทำ เพราะต้องตรวจสาเหตุและข้อควรระวังเป็นรายบุคคล [1][8]

  • มีการติดเชื้อที่บริเวณใต้คาง: ฉลากระบุว่าห้ามใช้ [1]
  • เคยหรือมีปัญหากลืนลำบาก: ฉลากให้หลีกเลี่ยง เพราะยาอาจทำให้อาการแย่ลง [1]
  • มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด หรือใช้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากให้ระวัง เพราะอาจเลือดออกหรือช้ำมากกว่าปกติ [1]
  • ผิวหย่อนมากหรือมีแถบกล้ามเนื้อคอชัด: ฉลากให้พิจารณาความเสี่ยง เพราะผลอาจไม่น่าพอใจ [1]
  • เคยผ่าตัดหรือทำหัตถการความงามบริเวณใต้คาง: ฉลากให้ใช้ด้วยความระวัง เพราะตำแหน่งกายวิภาคหรือเนื้อเยื่ออาจเปลี่ยนไป [1]
  • ตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่ายังไม่มีการทดลองที่เพียงพอในหญิงตั้งครรภ์ [1]
  • แพ้ไข่หรือถั่วเหลือง: ผู้เขียนงานวิจัยสูตร PC-DC จัดเป็นกลุ่มที่ต้องระวัง [6]

ฉีดเหนียงมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดในการทดลองของยาที่อนุมัติคือบวม ช้ำ เจ็บ ชา แดง และเนื้อแข็งบริเวณที่ฉีด [1] ในการทดลองเดียวกัน ผู้ได้ยามีอาการเจ็บหรือแสบราว 77-80% บวมราว 65-66% ช้ำราว 54-56% และชาราว 48-51% [4]

ฉลากยังเตือนความเสี่ยงที่หนักกว่านั้น ได้แก่ เส้นประสาทใบหน้ากิ่งแถบขากรรไกรล่าง (marginal mandibular) บาดเจ็บจนยิ้มเบี้ยวหรือกล้ามเนื้อหน้าอ่อนแรง กลืนลำบาก ผิวเป็นแผลหรือเนื้อตาย ก้อนหรือมวลใต้ผิว และการติดเชื้อ [1] กรณีเส้นประสาทบาดเจ็บในการทดลองหายได้เองทั้งหมด [1]

ก้อนใต้ผิวบางก้อนไม่หายและอาจต้องรักษาทางการแพทย์ [1] FDA ตรวจพบรายงาน 117 รายที่ก้อนยังไม่หาย โดยอยู่มาเฉลี่ย 143 วันตอนรายงาน [2]

การฉีดนอกบริเวณใต้คางไม่ได้รับอนุมัติ FDA พบรายงาน 129 รายตั้งแต่ปี 2015 รวมถึงอาการร้ายแรง เช่น การมองเห็นพร่ามัวเมื่อฉีดรอบดวงตา และกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทบาดเจ็บ [2]

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุมัติ FDA รายงานแผลเป็นถาวร การติดเชื้อรุนแรง ผิวผิดรูป ถุงน้ำ และก้อนเจ็บลึก [3] อย. ไทยเตือนถึงการแพ้รุนแรงจนอาจถึงชีวิต การติดเชื้อ และผิวเป็นลูกคลื่นเพราะต้องฉีดหลายจุด [7] ในรายงานกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้สูตร PC-DC มี 15 รายที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อโดยไม่ตั้งใจและปวดรุนแรง [6]

ใครควรเป็นผู้ฉีด และควรถามอะไรก่อนตัดสินใจ

ผู้ฉีดต้องเป็นแพทย์ และสารที่ฉีดต้องได้รับการรับรองจาก อย. ตามที่ อย. และแพทยสภาระบุ [7][9] ฉลากของยาที่อนุมัติก็ระบุว่าต้องฉีดโดยบุคลากรทางการแพทย์ [1]

FDA สหรัฐฯ เตือนไม่ให้ซื้อผลิตภัณฑ์สลายไขมันจากเว็บไซต์มาฉีดเอง [3] ความปลอดภัยของยาที่อนุมัติขึ้นกับจำนวนและตำแหน่งการฉีด การวางเข็ม และเทคนิคที่ถูกต้อง [1] งานทบทวนความเสี่ยงร้ายแรงหลังฉีดก็ชี้ว่าต้องเป็นผู้ที่มีทักษะและเข้าใจเป้าหมายด้านความงาม [8]

หากหลังทำมียิ้มไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อหน้าอ่อนแรง กลืนลำบาก หรือแผลที่ผิวรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ [2]

  • ผลิตภัณฑ์ที่จะใช้คือตัวยาอะไร ขอดูฉลากและเอกสารที่ใช้ได้ในไทย [7]
  • เหนียงของเรามาจากไขมัน ผิวหย่อน หรือโครงสร้างคาง [5][8]
  • ถ้าผิวหย่อนหรือมีแถบกล้ามเนื้อคอ มีวิธีอื่นที่เหมาะกว่าไหม [1][5]
  • ความเสี่ยงเรื่องเส้นประสาทและการกลืนมีอะไรบ้าง และหากเกิดขึ้นต้องติดต่อใคร [1]
  • ต้องแจ้งประวัติสุขภาพและยาที่ใช้อยู่อะไรบ้าง โดยเฉพาะยาที่ทำให้เลือดออกง่าย [1]

ถ้าไม่เหมาะกับการฉีด มีทางเลือกอื่นหรือไม่

งานทบทวนทางกายวิภาคกล่าวถึงทางเลือกที่ใช้ลดไขมันใต้คางหรือยกกระชับ ได้แก่ การดูดไขมัน เครื่องมือพลังงานเพื่อลดไขมัน การฉีดสลายไขมัน และการร้อยไหมยกกระชับ [5]

สำหรับผู้สูงอายุที่หนังคอหย่อนมาก งานทบทวนนั้นระบุว่ามักต้องใช้การผ่าตัด [5] ผู้เขียนงานวิจัยสูตร PC-DC ก็ระบุว่าการฉีดสลายไขมันใช้เสริมได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ทดแทนการดูดไขมันด้วยการผ่าตัด [6]

ส่วนการลดไขมันโดยรวม อย. แนะนำให้เน้นการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร [7] การเลือกวิธีใดต้องให้แพทย์ประเมินสาเหตุของเหนียงก่อน [8]

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดเหนียงคืออะไร?

คือการฉีดสารเข้าชั้นไขมันใต้คางเพื่อลดไขมันบริเวณนั้น ยาที่ FDA สหรัฐฯ อนุมัติมีตัวยาเดียวคือ deoxycholic acid [1][2][3]

ฉีดแฟตเหนียงกับยา Kybella ที่ FDA อนุมัติเหมือนกันไหม?

ไม่ใช่สิ่งเดียวกันโดยอัตโนมัติ Kybella เป็นยาตัวยาเดียวที่ FDA อนุมัติเฉพาะไขมันใต้คาง ส่วนสูตรเมโสแฟตผสมที่ขายทั่วไป FDA ยังไม่ได้ประเมินความปลอดภัยและประสิทธิผล [1][3] ให้ถามแพทย์ว่าใช้ตัวยาอะไรและมีเอกสารรับรองในไทยหรือไม่ [7]

เหนียงแบบไหนที่ไม่เหมาะกับการฉีด?

ฉลากยาที่อนุมัติให้พิจารณาความเสี่ยงเมื่อผิวหย่อนมากหรือมีแถบกล้ามเนื้อคอชัด เพราะลดไขมันแล้วผลอาจไม่น่าพอใจ [1] เหนียงที่มาจากโครงสร้างคางหรือต่อมที่โตต้องแยกสาเหตุก่อน [1][5]

ฉีดเหนียงเสี่ยงอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือบวม ช้ำ เจ็บ ชา [1] ความเสี่ยงที่หนักกว่า เช่น ยิ้มเบี้ยว กลืนลำบาก และก้อนที่ไม่หาย ระบุไว้ในฉลากยา [1][2]

ฉีดเหนียงเองที่บ้านได้ไหม?

ไม่ควร FDA สหรัฐฯ เตือนไม่ให้ซื้อผลิตภัณฑ์สลายไขมันจากเว็บไซต์มาฉีดเอง [3] และ อย. ไทยระบุว่าผู้ฉีดต้องเป็นแพทย์ [7]

เหนียงใต้คางเกิดจากอะไร?

เกิดได้จากไขมันสะสมใต้คาง ผิวหย่อน แถบกล้ามเนื้อคอ หรือโครงสร้างคางและผลจากการผ่าตัดขากรรไกร [5] บางครั้งมาจากต่อมไทรอยด์หรือต่อมน้ำเหลืองที่โต [1]

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ การทำหัตถการทุกชนิดควรทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

  1. AbbVie / US Food and Drug Administration. KYBELLA (deoxycholic acid) injection: full prescribing information. Revised 09/2026; accessed 2026-10-12. https://www.rxabbvie.com/pdf/kybella_pi.pdfกลับไปที่ข้อความ
  2. US Food and Drug Administration. FDA Approves Additional Information in Labeling for Kybella (Deoxycholic Acid) Injection Warning of Adverse Reactions Associated with Unapproved Use. Drug Safety Communication, 2026-09-15; accessed 2026-10-12. https://www.fda.gov/drugs/drug-safety-communications/fda-approves-additional-information-labeling-kybella-deoxycholic-acid-injection-warning-adverseกลับไปที่ข้อความ
  3. US Food and Drug Administration. Using Fat-Dissolving Injections That Are Not FDA Approved Can Be Harmful. FDA Consumer Update. 2023; accessed 2026-10-12. https://www.fda.gov/drugs/buying-using-medicine-safely/using-fat-dissolving-injections-are-not-fda-approved-can-be-harmfulกลับไปที่ข้อความ
  4. Rzany B, Griffiths T, Walker P, Lippert S, McDiarmid J, Havlickova B. Reduction of unwanted submental fat with ATX-101 (deoxycholic acid), an adipocytolytic injectable treatment: results from a phase III, randomized, placebo-controlled study. British Journal of Dermatology. 2014;170(2):445-453. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4232897/กลับไปที่ข้อความ
  5. Hong GW, Wan J, Yoon SE, Wong S. Anatomical Consideration for Double Chin Thread Lifting. Journal of Cosmetic Dermatology. 2025. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12163971/กลับไปที่ข้อความ
  6. Thomas MK, D'Silva JA, Borole AJ. Injection Lipolysis: A Systematic Review of Literature and Our Experience with a Combination of Phosphatidylcholine and Deoxycholate over a Period of 14 Years in 1269 Patients of Indian and South East Asian Origin. Journal of Cutaneous and Aesthetic Surgery. 2018;11(4):222-228. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6371720/กลับไปที่ข้อความ
  7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). อย.เตือนอย่าเชื่อโฆษณาสารฉีดไขมัน “เมโสแฟต” ถ้าแพ้ถึงขั้นตาย แถมผิวไม่สวยแต่เป็นลูกคลื่น. ไทยโพสต์. 7 มิถุนายน 2561; accessed 2026-10-12. https://www.thaipost.net/main/detail/10891กลับไปที่ข้อความ
  8. Shridharani SM, Kennedy ML. Management of Serious Adverse Events Following Deoxycholic Acid Injection for Submental and Jowl Fat Reduction: A Systematic Review and Management Recommendations. Aesthetic Surgery Journal Open Forum. 2024. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11381091/กลับไปที่ข้อความ
  9. MGR Online. “ฉีดสลายไขมันเฉพาะจุด” ไร้การรับรองมาตรฐาน ยันไม่ช่วยลดจมูกบาน อย่าเชื่อโฆษณา (แถลงของเลขาธิการแพทยสภา). 20 มกราคม 2559; accessed 2026-10-12. https://mgronline.com/qol/detail/9590000006474กลับไปที่ข้อความ
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?