ข้ามไปยังเนื้อหา

ฉีดแฟต (เมโสแฟต) คืออะไร ช่วยอะไร เหมาะกับใคร

สารบัญ

ผู้หญิงนั่งหน้ากระจกกลม แตะกรามเบา ๆ ข้างขวดสกินแคร์ บนพื้นหลังสีฟ้า

สรุปสั้น ๆ

  • ฉีดแฟตคือการฉีดสารสลายไขมันเข้าชั้นไขมันใต้ผิวเพื่อลดไขมันเฉพาะจุด ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก [1][2]
  • หลักฐานมีจำกัด: FDA สหรัฐฯ ยังไม่ได้ประเมินสาร PC และ DC และ อย. ไทยแจ้งในปี 2561 ว่าไม่เคยขึ้นทะเบียนยาฉีดสลายไขมัน [1][3]
  • ผู้ฉีดต้องเป็นแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อมาฉีดเอง และควรถามเรื่องความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ [1][3]

ฉีดแฟต (เมโสแฟต) คืออะไร

FDA สหรัฐฯ เรียกวิธีนี้ว่า injection lipolysis คือการฉีดใต้ผิวเพื่อสลายเซลล์ไขมันบริเวณใกล้จุดที่ฉีด โดยไม่ผ่าตัด [1] ในภาษาไทยคนเรียกว่าฉีดแฟต เมโสแฟต หรือฉีดสลายไขมัน ซึ่งหมายถึงการฉีดสลายไขมันแบบเดียวกัน [1][3]

เป้าหมายคือลดไขมันที่สะสมเฉพาะจุด ไม่ใช่การเติมไขมันเข้าไป [1] และไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก เพราะงานทบทวนฉบับหนึ่งอธิบายว่าเหมาะกับคนที่อยากได้ทางเลือกไม่ผ่าตัดสำหรับไขมันเฉพาะที่ ไม่ใช่การรักษาโรคอ้วน [2]

สารที่ใช้ในการฉีดสลายไขมัน

FDA สหรัฐฯ เรียกการฉีดที่ใช้สองสารนี้ว่า PCDC [1] ในงานทบทวนปี 2561 PC เป็นไขมันกลุ่มฟอสโฟลิพิดที่ได้จากเลซิทินถั่วเหลือง ส่วน DC เป็นเกลือน้ำดีที่ทำหน้าที่คล้ายผงซักฟอกและช่วยให้ PC ละลาย [2]

ผู้เขียนงานนั้นอธิบายว่าสองสารนี้น่าจะทำให้เซลล์ไขมันถูกทำลาย แล้วร่างกายค่อย ๆ เก็บกวาดเศษเซลล์ออกไป แต่กลไกที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการศึกษา [2]

อย. ไทยเคยเตือนเรื่องการนำสารสเตียรอยด์มาฉีดเพื่อสลายไขมัน ซึ่งถือว่าใช้ผิดวัตถุประสงค์ [3] จึงควรขอดูฉลากส่วนผสมทุกตัวของรุ่นที่จะใช้ก่อนตัดสินใจ

ฉีดแฟตช่วยอะไร และหลักฐานเป็นอย่างไร

FDA สหรัฐฯ ระบุว่าผู้ขายอ้างว่าลดไขมันบริเวณคาง หลัง ต้นขา ต้นแขน และหน้าท้องได้ [1] แต่ FDA ยังไม่ได้ประเมินทั้งความปลอดภัยและประสิทธิผลของสารที่ใช้ [1]

งานทบทวนที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้มาจากสถาบันเดียวในอินเดีย รวม 1,269 ผู้ป่วยตลอด 14 ปี ผู้เขียนสรุปว่าได้ผลกับไขมันเฉพาะที่ [2] แต่เป็นการประเมินย้อนหลัง และตารางผลในงานเดียวกันแสดงว่าจำนวนผู้พอใจต่างกันมากตามบริเวณ บางบริเวณมีผู้พอใจน้อยมาก [2]

ผู้เขียนยังระบุว่าการดูดไขมันเป็นมาตรฐานสูงสุดสำหรับลดไขมันใต้ผิว และการฉีดสลายไขมันเป็นเพียงวิธีเสริม ไม่ใช่ตัวแทนการดูดไขมัน [2]

อย. ไทยชี้แจงในปี 2561 ว่ายังไม่เคยมีการรับรองมาตรฐาน และยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่รองรับอย่างชัดเจนว่าได้ผลในการสลายไขมัน [3] จึงไม่ควรถือคำว่า เห็นผล ในโฆษณาเป็นข้อสรุป

ฉีดแฟตเหมาะกับใคร

ผู้เขียนงานทบทวนระบุผู้ที่เหมาะสมว่าเป็นคนที่มีไขมันส่วนเกินปริมาณน้อยเฉพาะที่ โดยไขมันบริเวณนั้นควรบีบจับได้และเนื้อสัมผัสสม่ำเสมอ และเป็นคนที่ต้องการทางเลือกไม่ผ่าตัด [2] อีกกลุ่มคือคนที่มีไขมันเหลือค้างหลังการดูดไขมัน [2]

ถ้าต้องการลดน้ำหนักทั้งตัว งานนั้นไม่ถือว่าการฉีดสลายไขมันเป็นวิธีรักษาโรคอ้วน [2] และ อย. ไทยแนะนำให้ออกกำลังกายและควบคุมอาหารเป็นแนวทางที่ปลอดภัยสำหรับรูปร่างที่กระชับขึ้น [3]

ให้แพทย์ประเมินว่าไขมันของเราเป็นแบบไหน และวิธีนี้เหมาะหรือควรเทียบกับวิธีอื่น

ใครไม่ควรฉีดแฟต

ผู้เขียนระบุข้อห้ามไว้ตามรายการด้านล่าง ซึ่งเป็นรายการจากงานเดียว ให้แพทย์ประเมินตามสูตรที่ใช้และประวัติของแต่ละคน

อาการแพ้รุนแรงเป็นความเสี่ยงที่ อย. ไทยเตือนไว้ว่าอาจถึงชีวิต [3] จึงควรบอกแพทย์เรื่องประวัติการแพ้และยาที่ใช้อยู่ทุกครั้ง

  • แพ้ไข่หรือถั่วเหลือง [2]
  • ผิวบริเวณที่จะฉีดติดเชื้อหรือมีปัญหาผิวหนัง [2]
  • กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด [2]
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ [2]
  • ฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น ไทรอยด์ทำงานต่ำหรือถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) [2]
  • ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร [2]
  • คาดหวังผลเกินจริง ซึ่งผู้เขียนนับเป็นข้อห้ามแบบสัมพัทธ์ [2]

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยหลังฉีด

ในงานทบทวนปี 2561 ผู้ป่วยเกือบทุกรายรู้สึกแสบในไม่กี่ชั่วโมงแรก อาการบวมเฉพาะที่อยู่ราว 24-48 ชั่วโมง และผิวแดงอยู่ 1-2 วัน [2]

ก้อนใต้ผิวพบได้มากกว่าครึ่งของผู้ป่วยในงานนั้น ผู้เขียนอธิบายว่าเป็นผลจากการอักเสบและพังผืด และหายได้ในราว 3-4 สัปดาห์ [2]

ผู้ป่วยบางรายมีอาการทั่วร่างกาย เช่น ท้องเสีย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือคลื่นไส้ ซึ่งมักเกิดภายใน 24 ชั่วโมงและหายใน 2-3 วัน [2] ตัวเลขเหล่านี้มาจากสถาบันเดียวและสูตรเดียว [2] ผลในแต่ละคนอาจต่างกัน

รายละเอียดเรื่องบวมกี่วันและข้อห้ามหลังฉีด อยู่ในบทความชุดเดียวกัน

ฉีดสลายไขมันปลอดภัยไหม ความเสี่ยงที่ควรรู้

FDA สหรัฐฯ ระบุว่าสารที่ใช้เป็นความเสี่ยงสำคัญด้านความปลอดภัยเพราะยังไม่ได้รับอนุมัติ และมีรายงานแผลเป็นถาวร การติดเชื้อรุนแรง ผิวผิดรูป ถุงซีสต์ และก้อนแข็งที่เจ็บลึก [1] จำนวนจุดฉีด ตำแหน่งเข็ม และเทคนิคที่ไม่เหมาะสมเพิ่มโอกาสเกิดแผลเป็น การติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อนรุนแรง [1]

ในงานทบทวนปี 2561 มี 15 รายที่ปวดรุนแรงหลังสารเข้ากล้ามเนื้อ ผู้เขียนระบุว่าไม่พบเพิ่มอีกหลังเปลี่ยนมาใช้เทคนิคจับยกผิว [2]

อย. ไทยแจ้งในปี 2561 ว่าสารฉีดสลายไขมันเสี่ยงทำให้แพ้รุนแรงจนถึงชีวิต และอาจทำให้ผิวเป็นลูกคลื่นจากการสลายไขมันเป็นหย่อม ๆ [3]

FDA สหรัฐฯ ยังระบุว่ามีรายงานการฉีดที่คลินิกหรือเมดสปาโดยผู้ที่อาจไม่มีใบอนุญาตที่เหมาะสม และบางคนซื้อสารทางออนไลน์มาฉีดเอง [1]

ฉีดสลายไขมันขึ้นทะเบียนหรือได้รับการรับรองไหม

ในคำชี้แจงวันที่ 7 มิถุนายน 2561 เลขาธิการ อย. ระบุว่า “อย. ไม่เคยรับขึ้นทะเบียนตำรับยาผลิตภัณฑ์ฉีดสลายไขมันใด ๆ ทั้งสิ้น” และผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ไม่เข้าข่ายเครื่องสำอาง [3] รองเลขาธิการ อย. เคยชี้แจงทำนองเดียวกันในปี 2558 กรณีสารฉีดสลายไขมันหน้าท้อง [5]

ข้อมูลข้างต้นเป็นของปี 2561 และ 2558 ก่อนตัดสินใจ ควรตรวจสถานะล่าสุดของรุ่นที่จะใช้กับ อย. และขอดูเอกสารทะเบียนในไทยจากคลินิก

ในสหรัฐฯ FDA ระบุ ณ ธันวาคม 2566 ว่า PC และ DC ที่ใช้ฉีดสลายไขมันยังไม่ได้รับอนุมัติ และยาฉีดสลายไขมันที่อนุมัติมีเพียง deoxycholic acid ชื่อการค้า Kybella สำหรับไขมันใต้คางในผู้ใหญ่ [1] ฉลากฉบับเมษายน 2558 ระบุว่าความปลอดภัยและประสิทธิผลของการฉีดกับไขมันนอกบริเวณใต้คางยังไม่ได้รับการพิสูจน์และไม่แนะนำ [4]

การอนุมัตินี้เป็นของยาตัวเดียวสำหรับบริเวณเดียว ไม่ได้ครอบคลุมสูตรผสมอื่นหรือบริเวณอื่น [1][4]

ใครควรเป็นผู้ฉีด และถามแพทย์อะไรก่อน

อย. ระบุว่า “ผู้ฉีดต้องเป็นแพทย์เท่านั้น” [3] FDA สหรัฐฯ แนะนำให้ไม่ซื้อสารเหล่านี้จากเว็บไซต์และไม่ฉีดเอง เพราะอาจไม่ได้ผล และอาจทำให้ติดเชื้อหรือเป็นแผลเป็นถาวร [1]

ปริมาณ จำนวนจุด และแผนการทำ เป็นเรื่องที่แพทย์ผู้ประเมินกำหนด บทความนี้จึงไม่ระบุ ลองเตรียมคำถามเหล่านี้ไปคุยกับแพทย์

ถ้ามีผลข้างเคียงหลังฉีด FDA สหรัฐฯ แนะนำให้แจ้งผู้ให้การรักษา [1] และ อย. ไทยแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว [3]

  • ผลิตภัณฑ์ที่จะใช้มีส่วนผสมอะไรบ้าง ขอดูฉลากและเอกสารทะเบียนในไทยได้ไหม [3]
  • ไขมันตรงจุดที่กังวลเหมาะกับวิธีนี้ หรือควรเทียบกับวิธีอื่น เช่น การดูดไขมัน [2]
  • เรามีประวัติแพ้ไข่ ถั่วเหลือง หรือใช้ยาที่มีผลกับเลือดอยู่หรือไม่ [2]
  • ถ้ามีก้อน ติดเชื้อ หรือผิวผิดรูปหลังฉีด ต้องติดต่อใครและรักษาอย่างไร [1]

ฉีดแฟตต่างจากดูดไขมันอย่างไร

สิ่งที่เทียบดูดไขมันฉีดแฟต
สถานะในงานทบทวนเป็นมาตรฐานสูงสุดสำหรับลดไขมันใต้ผิว [2]เป็นวิธีเสริม ไม่ใช่ตัวแทนการดูดไขมัน [2]
ความรุกล้ำและการพักฟื้นรุกล้ำมากกว่า [2]รุกล้ำน้อยกว่าและพักฟื้นสั้นกว่า [2]
สิ่งที่ควรถามแพทย์วิธีผ่าตัดเหมาะกับไขมันของเราไหมสารที่ใช้มีฉลากและทะเบียนในไทยไหม [1][3]

เลื่อนดูตาราง →

ผู้เขียนงานทบทวนอธิบายว่าการฉีดสลายไขมันรุกล้ำน้อยกว่าและพักฟื้นสั้นกว่า แต่ไม่ใช่ตัวแทนของการดูดไขมัน [2] ตารางด้านล่างสรุปเฉพาะประเด็นที่แหล่งอ้างอิงพูดถึง

ถ้าสงสัยว่าหน้าเหลี่ยมหรือแก้มใหญ่เกิดจากไขมันหรือกล้ามเนื้อ ให้อ่านต่อในบทความเรื่องฉีดแฟตกับโบท็อกลดกรามของชุดเดียวกัน

ฉีดแฟตทำที่บริเวณไหนของร่างกายได้บ้าง

ในงานทบทวนปี 2561 มีการฉีดที่ใต้คาง แก้มย้อยข้างกราม สีข้าง หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และเข่า [2] ความพึงพอใจของผู้ป่วยต่างกันตามบริเวณ [2] จึงควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบริเวณ

บทความอื่นในชุดนี้อธิบายแต่ละเรื่องแยกกัน

  • หน้าเรียวและหน้าเหลี่ยม: ฉีดแฟตกับโบท็อกลดกราม
  • หน้าท้องและต้นแขน: ฉีดแฟตหน้าท้องและต้นแขน
  • เหนียงใต้คาง: ฉีดแฟตเหนียง
  • หลังฉีด: บวมกี่วัน และข้อห้ามหลังฉีด

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดแฟต คืออะไร?

คือการฉีดสารเข้าชั้นไขมันใต้ผิวเพื่อสลายไขมันเฉพาะจุด โดยไม่ผ่าตัด FDA สหรัฐฯ เรียกวิธีนี้ว่า injection lipolysis [1] ผู้ฉีดต้องเป็นแพทย์เท่านั้น [3]

เมโสแฟต คืออะไร ต่างจากฉีดแฟตไหม?

เป็นคำเรียกการฉีดสลายไขมันเฉพาะจุดแบบเดียวกันที่คนไทยใช้สลับกัน [1][3] สารและสูตรของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจต่างกัน จึงควรขอดูฉลากส่วนผสม [3]

ฉีดแฟต ช่วยอะไร?

ผู้ขายอ้างว่าช่วยลดไขมันเฉพาะจุด เช่น ใต้คางและต้นแขน [1] แต่ FDA สหรัฐฯ ยังไม่ได้ประเมินประสิทธิผล [1] และงานทบทวนชี้ว่าผลต่างกันตามบริเวณ [2]

ฉีดสลายไขมันปลอดภัยไหม มีการขึ้นทะเบียนหรือยัง?

ณ ปี 2561 อย. ไทยแจ้งว่าไม่เคยขึ้นทะเบียนยาฉีดสลายไขมัน [3] FDA สหรัฐฯ รายงานแผลเป็นถาวร ติดเชื้อรุนแรง ผิวผิดรูป ซีสต์ และก้อนแข็งเจ็บลึก [1] ควรให้แพทย์อธิบายความเสี่ยงก่อน

ฉีดแฟตเหมาะกับใคร และใครไม่ควรฉีด?

งานทบทวนระบุว่าเหมาะกับไขมันก้อนเล็กเฉพาะที่ และไม่เหมาะกับคนแพ้ไข่หรือถั่วเหลือง ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือมีผิวติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด [2] ไม่ใช่วิธีรักษาโรคอ้วน [2]

ฉีดแฟตต่างจากดูดไขมันอย่างไร?

การดูดไขมันเป็นมาตรฐานสูงสุดสำหรับลดไขมันใต้ผิว ส่วนฉีดแฟตรุกล้ำน้อยกว่าแต่เป็นวิธีเสริม ไม่ใช่ตัวแทน [2]

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ การทำหัตถการทุกชนิดควรทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

  1. US Food and Drug Administration. Using Fat-Dissolving Injections That Are Not FDA Approved Can Be Harmful. FDA Consumer Update. Content current as of 20 Dec 2023; accessed 2026-10-12. https://www.fda.gov/drugs/buying-using-medicine-safely/using-fat-dissolving-injections-are-not-fda-approved-can-be-harmfulกลับไปที่ข้อความ
  2. Thomas MK, D'Silva JA, Borole AJ. Injection Lipolysis: A Systematic Review of Literature and Our Experience with a Combination of Phosphatidylcholine and Deoxycholate over a Period of 14 Years in 1269 Patients of Indian and South East Asian Origin. Journal of Cutaneous and Aesthetic Surgery. 2018;11(4):222-228. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6371720/กลับไปที่ข้อความ
  3. ไทยโพสต์. อย.เตือนอย่าเชื่อโฆษณาสารฉีดไขมัน “เมโสแฟด” ถ้าแพ้ถึงขั้นตาย แถมผิวไม่สวยแต่เป็นลูกคลื่น (คำชี้แจงของเลขาธิการ อย. นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์). 7 มิถุนายน 2561; accessed 2026-10-12. https://www.thaipost.net/main/detail/10891กลับไปที่ข้อความ
  4. US Food and Drug Administration. KYBELLA (deoxycholic acid) injection, prescribing information. Revised 4/2015; accessed 2026-10-12. https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2015/206333s000lbl.pdfกลับไปที่ข้อความ
  5. MGR Online. เตือน “ฉีดสารสลายไขมัน” อาจถึงตาย อย.ชี้ไม่เคยรับขึ้นทะเบียน (คำชี้แจงของรองเลขาธิการ อย. ภก.ประพนธ์ อางตระกูล). 30 ธันวาคม 2558; accessed 2026-10-12. https://mgronline.com/qol/detail/9580000142811กลับไปที่ข้อความ
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?