ข้ามไปยังเนื้อหา

ฉีดหน้าใสกี่วันเห็นผล และหลังฉีดเมโสหน้าใสห้ามทำอะไร

สารบัญ

ผู้หญิงใช้ผ้าขนหนูสีขาวซับแก้ม ข้างแก้วน้ำและโหลครีมบนโต๊ะข้างตัว

สรุปสั้น ๆ

  • ไม่มีจำนวนวันมาตรฐานที่เห็นผล งานวิจัยวัดผลแรกที่ 1 เดือนหลังการฉีดรอบสุดท้าย ผลในช่วงแรกอาจถูกบังด้วยอาการแดงบวม [2][3][4]
  • 24 ชั่วโมงแรก ลดออกกำลังกายหนัก แดดจัด ความร้อน และแอลกอฮอล์ ถามแพทย์ว่าลงเครื่องสำอางได้เมื่อไร [3]
  • ผลไม่ถาวร และอาการเช่นสายตาผิดปกติ ผิวขาวซีด หรือปวดผิดปกติ ต้องโทรหาแพทย์ทันที [3]

ฉีดหน้าใสกี่วันเห็นผล

ไม่มีจำนวนวันมาตรฐานที่เห็นผล งานวิจัยที่เปิดอ่านได้วัดผลแรกที่ 1 เดือนหลังการฉีดรอบสุดท้าย ไม่ได้วัดเป็นวัน [2][4] ผู้เขียนงานทบทวนปี 2024 ยังระบุว่ามาตรฐานของสกินบูสเตอร์ยังต้องพัฒนาและการวัดผลอย่างเป็นกลางทำได้ยาก [1] จึงไม่มีใครบอกจำนวนวันที่ตายตัวได้อย่างมีหลักฐาน [1][2][4]

ในการทดลองแบบสุ่มของเจล HA ที่ฉีดเข้าชั้นผิวบริเวณแก้ม ผู้ประเมินที่ไม่รู้ว่าใครได้รับสาร ให้คะแนนที่ 1 เดือนหลังการฉีดรอบสุดท้าย พบว่า 57.9% มีผิวแก้มเรียบขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับ เทียบกับ 4.5% ในกลุ่มที่ยังไม่ได้รักษา และผลคงที่ตลอดการติดตาม 6 เดือน [2] ผู้ผลิตเป็นผู้สนับสนุนงานนี้ [2]

อีกงานหนึ่งเป็นการทดลองแบบสุ่มของ HA ไม่เชื่อมขวางในผู้หญิง 55 คน ฉีดแก้มข้างหนึ่งและน้ำเกลืออีกข้าง ค่าความฝืดของผิวที่วัดด้วยเครื่อง (E1) ลดลง 10.9% ที่ 1 เดือน และ 10.5% ที่ 3 เดือนหลังการฉีดรอบสุดท้ายเมื่อเทียบกับก่อนเริ่ม ซึ่งผู้เขียนตีความว่าผิวยืดหยุ่นขึ้น แต่เมื่อเทียบกับข้างที่ฉีดน้ำเกลือ ความต่างที่ 3 เดือนยังไม่ถึงระดับนัยสำคัญทางสถิติ [4] ผู้ผลิตเป็นผู้ให้ทุนงานนี้ [4]

ผลที่เห็นในสัปดาห์แรกจึงอาจเป็นผลของอาการแดง บวม หรือเม็ดนูนจากการฉีด มากกว่าผลของสารเอง [1][3] ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเมโสหน้าใสคืออะไร อ่านที่ [[meso-face-glow-vs-skin-booster]] และถ้าลังเลเรื่องการเลือกสาร อ่านที่ [[skin-booster-which-for-which-skin]]

ผิวจะเป็นอย่างไรตั้งแต่ชั่วโมงแรกถึงหนึ่งเดือนหลังฉีด

ช่วงเวลาสิ่งที่รายงานไว้ที่มา
ไม่กี่ชั่วโมงแรกแดงและบวมเล็กน้อย อาจมีเจ็บ ช้ำ หรือรอยเข็ม[1]
24 ชั่วโมงแรกลดออกกำลังกายหนัก แดดจัด ความร้อน และแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้แดง บวม หรือคันมากขึ้น[3]
ภายใน 7 วันผลข้างเคียงส่วนใหญ่หายภายในช่วงนี้ แต่บางอย่างอยู่นานกว่า[3]
ภายใน 30 วันส่วนใหญ่หายเอง ในกลุ่มศึกษา 199 คน มี 79.4% รายงานอาการที่จุดฉีดอย่างน้อยหนึ่งอย่าง และ 9.5% (19 คน) มีอาการนานเกิน 30 วัน[3]
1 เดือนหลังการฉีดรอบสุดท้ายจุดวัดผลแรกของงานทดลองที่เปิดอ่านได้[2][4]
6 เดือนผลอยู่ในคนส่วนใหญ่ตามผลิตภัณฑ์หนึ่ง แต่ไม่ใช่ทุกคน[3]

เลื่อนดูตาราง →

เอกสารกำกับและงานวิจัยรายงานอาการแดง บวม เม็ดนูน และรอยช้ำในช่วงแรก ส่วนใหญ่หายภายใน 7 วัน แต่บางอย่างอยู่นานกว่านั้น [1][3] งานทบทวนปี 2024 ระบุว่าอาการแดงและบวมเล็กน้อยมักอยู่ไม่กี่ชั่วโมงหลังหัตถการ และอาจมีความเจ็บ ช้ำ หรือรอยเข็ม [1] ส่วนอีกงานระบุว่าอาการระยะสั้นอย่างเจ็บเล็กน้อย แดง บวม และช้ำพบได้บ่อยและเป็นผลที่คาดได้ [5]

ตารางนี้สรุปจากเอกสารกำกับของเจล HA ตัวหนึ่งที่ FDA สหรัฐฯ อนุมัติ และงานทบทวน ใช้เป็นภาพรวม ไม่ใช่กำหนดการของทุกสาร [1][3]

หลังฉีดเมโสหน้าใสห้ามทำอะไร

เอกสารกำกับของเจล HA ที่ FDA สหรัฐฯ อนุมัติแนะนำให้ลดออกกำลังกายหนัก แดดจัด ความร้อน และแอลกอฮอล์ใน 24 ชั่วโมงแรก [3] ไม่มีรายการข้อห้ามกลางที่ใช้กับสารทุกชนิด เพราะสารและวิธีฉีดต่างกัน จึงต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ฉีดเป็นหลัก [1][3]

รายการด้านล่างมาจากเอกสารกำกับของผลิตภัณฑ์ตัวเดียวและงานทบทวน ใช้เป็นตัวอย่างคำถามที่ควรถามแพทย์

  • ออกกำลังกายหนัก แดดจัด หรือความร้อนใน 24 ชั่วโมงแรก ซึ่งอาจทำให้แดง บวม หรือคันที่จุดฉีดมากขึ้น [3]
  • แอลกอฮอล์ใน 24 ชั่วโมงแรก เอกสารกำกับจัดไว้ในกลุ่มเดียวกับสองข้อข้างบน [3]
  • ลงเครื่องสำอางก่อนถามแพทย์ เอกสารกำกับให้ถามแพทย์ว่าลงได้เมื่อไร [3]
  • ทำเลเซอร์ ลอกผิวด้วยสารเคมี หรือหัตถการอื่นที่วางแผนไว้โดยไม่บอกแพทย์ เพราะอาจเสี่ยงอักเสบที่จุดฉีด งานทบทวนแนะนำให้ทำหัตถการที่ใช้พลังงานหลังฉีดสกินบูสเตอร์ไปหลายสัปดาห์ หรือทำก่อนฉีด [1][3]
  • ใช้ยาที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด โดยไม่บอกแพทย์ เพราะอาจช้ำหรือเลือดออกที่จุดฉีดมากขึ้น [3]
  • นวด กด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดเอง สารบางชนิด เช่น PLA มีโปรโตคอลที่แพทย์สั่งนวดหลังฉีด จึงควรทำตามที่แพทย์บอกเท่านั้น [1]
  • รักษาตัวเองหรือซื้อยามาใช้เมื่อเกิดก้อนหรืออาการผิดปกติ แพทย์เป็นผู้เลือกวิธีแก้ เช่น ยา หรือเอนไซม์ละลาย HA [1][3]

ผลของการฉีดหน้าใสอยู่ได้นานแค่ไหน

ผลไม่ถาวร เอกสารกำกับของเจล HA ตัวหนึ่งระบุว่าผลอยู่ 6 เดือนในผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ และมักต้องฉีดซ้ำเพื่อคงผล [3] ในกลุ่มศึกษา ผู้เข้าร่วม 56% ยังมีผิวแก้มเรียบขึ้นที่ 6 เดือน เทียบกับ 58% ที่ 1 เดือน [3] ซึ่งแปลว่าผู้เข้าร่วมส่วนที่เหลือไม่ถึงเกณฑ์ผลคงที่ของงานนี้

ระยะเวลาต่างกันตามสาร งานทบทวนรายงานการทดลองแบบสุ่มของ HA ผสมกลีเซอรอล ซึ่งพบความชุ่มชื้นเพิ่มได้นานถึง 16 สัปดาห์ในกลุ่มที่ได้รับหลายรอบ และอยู่ได้นานถึง 9 เดือนหลังการฉีดรอบสุดท้ายโดยเฉพาะในผู้ที่ผิวแห้ง [1] ส่วนกลุ่ม PN ฉันทามติของยุโรปที่งานทบทวนอ้างระบุว่าผลมักอยู่ 6 ถึง 12 เดือนหลังรักษาครบชุดตามแผน [1]

สรุปคือไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ผลขึ้นกับสาร ผิวของแต่ละคน และวิธีที่แพทย์ฉีด [1] จำนวนรอบและช่วงห่างของการฉีดเป็นสิ่งที่แพทย์กำหนดเอง บทความนี้จึงไม่ระบุ [3]

อาการแบบไหนหลังฉีดต้องโทรหาแพทย์

เอกสารกำกับระบุว่าต้องโทรหาแพทย์ทันทีถ้าสายตาเปลี่ยน มีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง ผิวขาวซีด หรือปวดผิดปกติระหว่างหรือหลังฉีดไม่นาน [3] เหตุคือความเสี่ยงที่พบน้อยมากแต่ร้ายแรง คือการฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งรายงานว่าอาจทำให้สายตาผิดปกติ ตาบอด โรคหลอดเลือดสมอง สะเก็ด หรือแผลเป็นถาวร [3]

  • สายตาเปลี่ยน [3]
  • อาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง เช่น พูดลำบากกะทันหัน ชาหรืออ่อนแรงที่หน้า แขน หรือขา เดินลำบาก หน้าเบี้ยว ปวดศีรษะรุนแรง เวียนศีรษะ หรือสับสน [3]
  • ผิวขาวซีดบริเวณที่ฉีด [3]
  • ปวดผิดปกติระหว่างหรือหลังฉีดไม่นาน [3]
  • ปวดมากที่ห่างจากจุดฉีด [3]
  • แดงหรือบวมที่เห็นชัดและนานเกินไม่กี่วัน [3]
  • อาการใหม่ที่เกิดหลังฉีดหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เช่น ก้อนหรือตุ่ม ในการศึกษามีผู้เข้าร่วม 3 คนที่ก้อนหายเองหลังผ่านไป 12 ถึง 15 เดือน [3]

ก่อนฉีดควรเช็คอะไรเพื่อลดความเสี่ยงหลังฉีด

ควรเช็คว่าผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนกับ อย. ผู้ฉีดเป็นแพทย์ และใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อแบบใช้แล้วทิ้ง เพราะมีรายงานการติดเชื้อที่ผิวหนังหลังหัตถการเสริมความงาม [6][7] สมาคมเมโสแห่งอิตาลีระบุว่าเทคนิคนี้ต้องใช้ความรู้ทางการแพทย์และเภสัชวิทยา ต้องทำตามกฎการฆ่าเชื้อ ใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อใช้แล้วทิ้ง และอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม [7]

อย. เตือนห้ามฉีดเครื่องสำอางเมโสเซรั่มเข้าผิว และแนะนำให้ตรวจเลข อย. ก่อนใช้บริการ [6] ถ้าอยากทราบวิธีเลือกสารและคำถามที่ควรถามแพทย์ อ่านที่ [[skin-booster-which-for-which-skin]] และถ้าสงสัยว่าต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร อ่านที่ [[skin-booster-vs-filler]]

คำถามที่พบบ่อย

ฉีดหน้าใสกี่วันเห็นผล?

ไม่มีจำนวนวันมาตรฐาน งานวิจัยที่เปิดอ่านได้วัดผลที่ 1 เดือนหลังการฉีดรอบสุดท้าย [2][4] ผลในสัปดาห์แรกอาจถูกบังด้วยอาการแดงบวม [1][3] และผลต่างกันตามสารและตามคน [1]

หลังฉีดเมโสหน้าใสห้ามทำอะไร?

เอกสารกำกับของเจล HA ที่ FDA สหรัฐฯ อนุมัติแนะนำให้ลดออกกำลังกายหนัก แดดจัด ความร้อน และแอลกอฮอล์ใน 24 ชั่วโมงแรก และให้ถามแพทย์ว่าลงเครื่องสำอางได้เมื่อไร [3] คำแนะนำจริงขึ้นกับสารที่ใช้ ให้ทำตามแพทย์ผู้ฉีด

หลังฉีดหน้าใสบวมแดงกี่วันหาย?

เอกสารกำกับระบุว่าผลข้างเคียงส่วนใหญ่หายภายใน 7 วัน แต่บางอย่างอยู่นานกว่า [3] ในกลุ่มศึกษา 79.4% มีอาการที่จุดฉีด และ 9.5% มีอาการนานเกิน 30 วัน [3] ถ้าแดงหรือบวมนานเกินไม่กี่วันให้โทรหาแพทย์ [3]

ฉีดหน้าใสแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?

ไม่ถาวร เจล HA ตัวหนึ่งรายงานผลอยู่ 6 เดือนในผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่และมักต้องฉีดซ้ำ [3] ส่วนสารอื่นต่างกัน เช่น PN ที่ฉันทามติยุโรประบุว่ามักอยู่ 6 ถึง 12 เดือน [1]

หลังฉีดหน้าใสทำเลเซอร์ได้ไหม?

ต้องบอกแพทย์ก่อน เพราะเอกสารกำกับระบุว่าอาจเสี่ยงอักเสบที่จุดฉีด [3] งานทบทวนแนะนำให้ทำหัตถการที่ใช้พลังงานหลังฉีดไปหลายสัปดาห์ หรือทำก่อนฉีด [1] ช่วงเวลาที่เหมาะสมให้แพทย์เป็นผู้กำหนด

อาการอะไรหลังฉีดหน้าใสที่ต้องรีบไปหาหมอ?

สายตาเปลี่ยน อาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง ผิวขาวซีด หรือปวดผิดปกติระหว่างหรือหลังฉีดไม่นาน ต้องโทรหาแพทย์ทันที [3]

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ การทำหัตถการทุกชนิดควรทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

  1. Rho NK, Kim HS, Kim SY, Lee W. Injectable “Skin Boosters” in Aging Skin Rejuvenation: A Current Overview. Archives of Plastic Surgery. 2024;51(6):528-541. doi:10.1055/a-2366-3436. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11560330/กลับไปที่ข้อความ
  2. Alexiades M, Palm MD, Kaufman-Janette J, et al. A Randomized, Multicenter, Evaluator-blind Study to Evaluate the Safety and Effectiveness of VYC-12L Treatment for Skin Quality Improvements. Dermatologic Surgery. 2023;49(7):682-688 (sponsored by the manufacturer, AbbVie). doi:10.1097/DSS.0000000000003802. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10292578/กลับไปที่ข้อความ
  3. Allergan / US FDA. SKINVIVE by JUVÉDERM: Patient Information Labeling, PMA P110033/S059 (FDA approval packet). https://www.accessdata.fda.gov/cdrh_docs/pdf11/P110033S059D.pdfกลับไปที่ข้อความ
  4. Baspeyras M, Rouvrais C, Liégard L, et al. Clinical and biometrological efficacy of a hyaluronic acid-based mesotherapy product: a randomised controlled study. Archives of Dermatological Research. 2013;305(8):673-682 (funded by the manufacturer). doi:10.1007/s00403-013-1360-7. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3778226/กลับไปที่ข้อความ
  5. Prikhnenko S. Polycomponent mesotherapy formulations for the treatment of skin aging and improvement of skin quality. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2015;8:151-157 (medical writing support funded by the maker of the NCTF product). doi:10.2147/CCID.S76721. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4396578/กลับไปที่ข้อความ
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). อย. เตือนห้ามฉีดเครื่องสำอางเมโซเซรั่มเข้าผิว อันตรายถึงชีวิต แนะตรวจสอบเลข อย. ก่อนใช้บริการ. ข่าวแจก 128, 19 มีนาคม 2569 (2026). https://www.fda.moph.go.th/news/mozuกลับไปที่ข้อความ
  7. Mammucari M, Maggiori E, Russo D, et al. Mesotherapy: From Historical Notes to Scientific Evidence and Future Prospects. The Scientific World Journal. 2020;2020:3542848. doi:10.1155/2020/3542848. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7305548/กลับไปที่ข้อความ
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?