ข้ามไปยังเนื้อหา

โบท็อกกับฟิลเลอร์ต่างกันยังไง ใช้กับปัญหาอะไร และผลอยู่ได้นานแค่ไหน

สารบัญ

ผู้หญิงถือดอกไม้คนละดอกในแต่ละมือ ราวกับเปรียบเทียบ บนพื้นหลังสีฟ้า

สรุปสั้น ๆ

  • โบท็อกลดการทำงานของกล้ามเนื้อเพื่อปรับริ้วที่เกิดจากกล้ามเนื้อขยับ ส่วนฟิลเลอร์เติมให้ร่องและรูปหน้าเต็มหรือเรียบขึ้น [1][2]
  • ระยะเวลาที่ผลอยู่ไม่มีตัวเลขกลางของฟิลเลอร์ เพราะขึ้นกับชนิดและตำแหน่ง ส่วนฉลากโบท็อกระบุประมาณ 3-4 เดือนสำหรับริ้วระหว่างคิ้ว [1][2]
  • ทั้งสองอย่างต้องฉีดโดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาต แต่ละอย่างมีความเสี่ยงร้ายแรงเป็นของตัวเอง และใช้ร่วมกันได้ตามการวางแผนของแพทย์ [1][2][3]

โบท็อกกับฟิลเลอร์ต่างกันยังไง

เรื่องที่เทียบโบท็อกฟิลเลอร์
ทำอะไรลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด [1]ฝังวัสดุเติมใต้ผิวให้เรียบหรือเต็มขึ้น [2]
ประเภทผลิตภัณฑ์ตัวยา (ข่าว อย. เรื่องโบท็อกปลอมอ้างกฎหมายยา) [6]เครื่องมือแพทย์ ต้องขออนุญาต อย. ก่อนจำหน่าย [5]
ข้อบ่งใช้ตามฉลากหรือ FDAริ้วที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ: ระหว่างคิ้ว หางตา หน้าผาก และแถบกล้ามเนื้อที่คอ [1]ริ้วและร่อง เช่น ร่องแก้ม รอบปาก และเพิ่มปริมาตรริมฝีปาก แก้ม คาง หลังมือ [2]
ผลอยู่ได้นานแค่ไหนฉลากระบุประมาณ 3-4 เดือนสำหรับริ้วระหว่างคิ้ว [1]ไม่มีตัวเลขกลาง ขึ้นกับชนิดและตำแหน่ง [2]
ความเสี่ยงร้ายแรงที่เน้นฤทธิ์ลามออกนอกจุดฉีด กลืนและหายใจลำบาก [1]ฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ เนื้อเยื่อตาย ตาบอด โรคหลอดเลือดสมอง [2]

เลื่อนดูตาราง →

โบท็อกเป็นตัวยาที่ยับยั้งการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปกล้ามเนื้อเพื่อให้กล้ามเนื้อขยับน้อยลง ส่วนฟิลเลอร์เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ฝังเติมใต้ผิวเพื่อให้ผิวเรียบหรือเต็มขึ้น [1][2] ตารางด้านล่างสรุปความต่างหลักจากฉลากโบท็อกและหน้าให้ข้อมูลของ FDA สหรัฐฯ

ฉลากโบท็อกระบุว่าตัวยายับยั้งการหลั่งสารอะเซทิลโคลีนที่ปลายประสาท ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทำงานน้อยลงเป็นบางส่วน [1] ฉลากบอกว่ากล้ามเนื้ออาจกลับมามีเส้นประสาทมาเลี้ยงใหม่ ซึ่งค่อย ๆ ทำให้ผลย้อนกลับ [1] สำหรับริ้วระหว่างคิ้ว ฉลากระบุว่าผลเริ่มราว 1-2 วันหลังฉีดและแรงขึ้นในสัปดาห์แรก [1]

FDA สหรัฐฯ อธิบายฟิลเลอร์ว่าเป็นเครื่องมือแพทย์ชนิดฝัง ที่อนุมัติให้ช่วยให้ใบหน้าเรียบหรือเต็มขึ้น เช่น ร่องแก้ม แก้ม คาง ริมฝีปาก และหลังมือ และฟิลเลอร์บางชนิดถูกร่างกายดูดซึมไปเองตามเวลา [2] ในประเทศไทย อย. จัดฟิลเลอร์เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ขายต้องขออนุญาตก่อนจำหน่าย [5]

ฝั่งโบท็อก ข่าวของ อย. เรื่องโบท็อกปลอมในปี 2567 ระบุข้อกล่าวหาเบื้องต้นว่าผลิตยาปลอมตามกฎหมายยา และระบุว่าตรวจไม่พบเลขทะเบียนตำรับยาของผลิตภัณฑ์ที่ขายออนไลน์ [6] ดังนั้นในทางกฎหมายสองอย่างนี้ถูกดูแลคนละแบบ

ริ้วรอยแบบไหนใช้โบท็อก แบบไหนใช้ฟิลเลอร์

ฉลากโบท็อกระบุข้อบ่งใช้เฉพาะริ้วที่เกี่ยวกับการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่วนฟิลเลอร์ที่ FDA อนุมัติใช้กับร่องและริ้วบนผิว และเพิ่มปริมาตรบางตำแหน่ง [1][2] กลุ่มผู้เชี่ยวชาญนานาชาติอธิบายว่าฟิลเลอร์ปรับร่องและรูปหน้า ส่วนโบท็อกปรับริ้วที่เกิดจากกล้ามเนื้อหดตัวมากเกินไป [3]

ฉลากโบท็อกระบุริ้วระหว่างคิ้ว ริ้วหางตา ริ้วหน้าผาก และแถบกล้ามเนื้อที่คอ ซึ่งแต่ละจุดเกี่ยวกับการทำงานของกล้ามเนื้อมัดหนึ่ง [1] ส่วนฟิลเลอร์ชนิดดูดซึมได้ FDA ระบุว่าอนุมัติให้ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 22 ปีขึ้นไปใช้กับริ้วและร่องระดับปานกลางถึงลึก เช่น ร่องแก้มและริ้วรอบปาก และเพิ่มปริมาตรริมฝีปาก แก้ม คาง และหลังมือ [2]

ข้อสังเกตคือ ระหว่างคิ้วและหน้าผากเป็นตำแหน่งที่ฉลากโบท็อกระบุไว้ [1] แต่ FDA ระบุว่าการฉีดฟิลเลอร์ที่ระหว่างคิ้ว จมูก รอบดวงตา หน้าผาก และคอ ไม่ใช่การใช้ที่ได้รับอนุมัติ [2] ข้อมูลนี้เป็นของสหรัฐฯ ส่วนสถานะของแต่ละผลิตภัณฑ์ในไทยให้ตรวจกับ อย. ฟิลเลอร์รอบดวงตาอ่านต่อที่ [[under-eye-filler-questions]]

ปัญหาของแต่ละคนอาจมาจากหลายสาเหตุพร้อมกัน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจึงให้แพทย์ประเมินคุณภาพเนื้อเยื่อ รูปแบบการสูญเสียปริมาตร และรูปแบบการหดตัวของกล้ามเนื้อ ก่อนเลือกวิธี [3] ริ้วที่หน้าผากและหางตาอ่านต่อที่ [[botox-wrinkle-areas]] ส่วนร่องแก้มอ่านที่ [[nasolabial-cheek-filler]]

โบท็อกกับฟิลเลอร์ อยู่ได้นานแค่ไหน

ฉลากโบท็อกระบุว่าผลสำหรับริ้วระหว่างคิ้วอยู่ประมาณ 3-4 เดือน ส่วนฟิลเลอร์ไม่มีตัวเลขกลาง เพราะ FDA ระบุว่าขึ้นกับชนิดของฟิลเลอร์และตำแหน่งที่ฉีด [1][2] สองตัวเลขนี้มาจากคนละวิธีวัดและคนละตำแหน่ง จึงสรุปตรง ๆ ว่าอย่างไหนนานกว่าไม่ได้

ฉลากโบท็อกฉบับที่ใช้ในบทความนี้ระบุตัวเลขระยะเวลาเฉพาะริ้วระหว่างคิ้ว ริ้วบริเวณอื่นไม่มีตัวเลขกลางในฉลากฉบับนี้ [1]

FDA ระบุว่าฟิลเลอร์บางชนิดถูกร่างกายดูดซึมไปเองตามเวลา จึงอาจต้องฉีดซ้ำเพื่อคงผล และฟิลเลอร์แต่ละตัวมีข้อบ่งใช้และระยะเวลาที่คาดไว้ต่างกัน ให้ดูฉลากของตัวที่ใช้ [2]

ตัวอย่างหนึ่งคืองานวิจัยฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกที่แก้มของยี่ห้อหนึ่ง (ผู้ผลิตเป็นผู้ออกแบบและให้ทุน) ผู้เข้าร่วมประเมินเองว่าปริมาตรแก้มดีขึ้นร้อยละ 92.8 เมื่อ 6 เดือน และร้อยละ 79.0 เมื่อ 2 ปี [4] ตัวเลขนี้เป็นของยี่ห้อเดียวและตำแหน่งเดียว ไม่ใช่ค่ากลางของฟิลเลอร์ทั้งหมด อ่านเรื่องฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหนต่อที่ [[filler-aftercare-lumps-duration]] และเรื่องโบท็อกกี่วันเห็นผลที่ [[botox-how-long-to-work-and-last]]

ความเสี่ยงของโบท็อกกับฟิลเลอร์ต่างกันไหม

ทั้งสองอย่างมีความเสี่ยงร้ายแรงที่ต้องรู้ไว้ แต่เป็นคนละแบบ โบท็อกมีคำเตือนเรื่องฤทธิ์ลามออกนอกจุดฉีดจนกลืนและหายใจลำบาก ส่วนฟิลเลอร์มีความเสี่ยงฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ [1][2] ไม่มีตัวเลขกลางว่าอย่างไหนเกิดบ่อยกว่ากัน

คำเตือนในกรอบของฉลากโบท็อกระบุว่าฤทธิ์ของตัวยาอาจลามจากจุดฉีดไปที่อื่น มีรายงานอาการกลืนและหายใจลำบากที่เป็นอันตรายถึงชีวิต และมีรายงานการเสียชีวิต โดยอาการเหล่านี้มีรายงานตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงถึงหลายสัปดาห์หลังฉีด [1] ฉลากยังมีข้อปฏิบัติเพื่อลดภาวะหนังตาตก เช่น เลี่ยงการฉีดใกล้กล้ามเนื้อที่ยกหนังตา [1]

สำหรับฟิลเลอร์ FDA ระบุว่าความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดคือการฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ โอกาสเกิดต่ำ แต่ถ้าเกิดอาจร้ายแรงและถาวร ได้แก่ เนื้อเยื่อตาย การมองเห็นผิดปกติรวมถึงตาบอด และโรคหลอดเลือดสมอง [2] ผลข้างเคียงที่พบบ่อยกว่าคือช้ำ แดง บวม เจ็บ ตึง คัน และผื่น [2] อย. เพิ่มว่าอาจพบก้อนที่จุดฉีดและผิวบริเวณนั้นขาวขึ้นหรือคล้ำลง [5]

เรื่องการแก้ไข กลุ่มผู้เชี่ยวชาญระบุว่าไฮยาลูโรนิเดสเป็นเอนไซม์ที่แพทย์ใช้จัดการภาวะฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกอุดหลอดเลือด และแนะนำให้คลินิกมีแผนรับมือฉุกเฉินและยาพร้อมใช้ [7] ขณะที่ FDA เตือนว่าการเอาฟิลเลอร์ออกหรือลดปริมาณอาจทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะฟิลเลอร์ถาวรหรือชนิดที่ไม่ใช่ไฮยาลูโรนิก [2]

ถ้าฉีดโบท็อกแล้วกลืน พูด หรือหายใจลำบาก ฉลากแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที [1] ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วปวดผิดปกติ มองเห็นเปลี่ยน ผิวบริเวณนั้นขาว เทา หรือฟ้า หรือมีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง FDA แนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที [2]

ฉีดโบท็อกกับฟิลเลอร์ร่วมกันได้ไหม

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญนานาชาติระบุว่าการรักษาแบบผสมระหว่างฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกกับโบท็อกใช้กันมากขึ้นและเป็นมาตรฐานการดูแลในปัจจุบัน โดยต้องวางแผนเฉพาะรายบุคคล [3] ฉบับนี้จัดประชุมโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตรายหนึ่ง [3]

กลุ่มเดียวกันระบุว่าการผสมใช้มากขึ้นทั้งใบหน้าส่วนล่าง ส่วนบน และบางบริเวณกลางหน้า และเสนอให้ปรับกล้ามเนื้อให้ทำงานน้อยลงแทนการทำให้ขยับไม่ได้ ในบริเวณที่การสูญเสียปริมาตรมีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ [3]

ผู้เชี่ยวชาญบางคนในกลุ่มกังวลว่าการใช้โบท็อกมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อกลับมาฉีดเร็ว อาจทำให้กล้ามเนื้อฝ่อและทำให้การสูญเสียปริมาตรแย่ลง [3]

แหล่งข้อมูลที่ใช้ในบทความนี้ไม่ได้กำหนดลำดับหรือการเว้นช่วงที่ใช้กับทุกคน เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของแพทย์ที่ประเมินใบหน้าของคุณ หลังฉีดโบท็อกอ่านข้อควรเลี่ยงที่ [[botox-aftercare-dos-donts]] หลังฉีดฟิลเลอร์อ่านที่ [[filler-aftercare-lumps-duration]] และภาพรวมฟิลเลอร์ทั้งหมดอยู่ที่ [[what-is-filler]]

ก่อนฉีดโบท็อกหรือฟิลเลอร์ ต้องเช็คอะไรบ้าง

อย. แนะนำให้เลือกสถานพยาบาลที่มีแพทย์และได้รับอนุญาตถูกต้อง และขอดูตัวผลิตภัณฑ์ว่าได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อนฉีด [5][6] สำหรับฟิลเลอร์ อย. แนะนำให้เลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังประจำอยู่ ตรวจเลขทะเบียนบนฉลาก และถ่ายรูปผลิตภัณฑ์ไว้เป็นหลักฐานก่อนรับบริการ [5]

ข่าวโบท็อกปลอมของ อย. ปี 2567 ระบุว่าสถานที่ผลิตที่ตรวจค้นไม่ได้รับอนุญาตและไม่ถูกสุขลักษณะ และเตือนว่าผลจากการใช้ผลิตภัณฑ์เถื่อนฉีดเข้าร่างกายอาจอันตรายถึงชีวิต [6] FDA สหรัฐฯ แนะนำเช่นกันว่าอย่าฉีดฟิลเลอร์เอง ให้ไปหาผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตและเชี่ยวชาญ และอย่าซื้อฟิลเลอร์ทางออนไลน์เพราะอาจเป็นของปลอม [2]

ฉลากโบท็อกระบุว่าหน่วยฤทธิ์ของผลิตภัณฑ์นั้นใช้วิธีวัดเฉพาะของตัวเอง จึงเทียบหรือแปลงข้ามผลิตภัณฑ์ไม่ได้ [1] เรื่องชื่อเรียกและยี่ห้อโบท็อกอ่านที่ [[botox-botulinum-names]]

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการรักษา การเลือกโบท็อก ฟิลเลอร์ หรือทั้งสองอย่าง รวมถึงตำแหน่งและปริมาณ เป็นหน้าที่ของแพทย์ที่ได้รับอนุญาตซึ่งต้องตรวจใบหน้าก่อน

คำถามที่พบบ่อย

โบท็อกกับฟิลเลอร์ ใช้แทนกันได้ไหม?

ฉลากและแหล่งทางการระบุข้อบ่งใช้คนละแบบ โบท็อกใช้กับริ้วที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ [1] ฟิลเลอร์ใช้กับร่องและปริมาตร [2] กลุ่มผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเครื่องมือที่เสริมกัน [3] ให้แพทย์ประเมินว่าปัญหาของคุณมาจากอะไร

ฟิลเลอร์ฉีดหน้าผากหรือระหว่างคิ้วได้ไหม?

FDA สหรัฐฯ ระบุว่าการฉีดฟิลเลอร์ที่ระหว่างคิ้ว หน้าผาก จมูก รอบดวงตา และคอ ไม่ใช่การใช้ที่ได้รับอนุมัติ [2] ส่วนฉลากโบท็อกระบุริ้วระหว่างคิ้วและหน้าผากไว้ [1] ให้ถามแพทย์ และตรวจสถานะของผลิตภัณฑ์ในไทยกับ อย.

โบท็อกกับฟิลเลอร์ อันไหนอยู่นานกว่า?

เทียบตรง ๆ ไม่ได้ ฉลากโบท็อกระบุประมาณ 3-4 เดือนสำหรับริ้วระหว่างคิ้ว [1] ส่วนฟิลเลอร์ไม่มีตัวเลขกลาง เพราะขึ้นกับชนิดและตำแหน่งที่ฉีด [2]

ฉีดโบท็อกกับฟิลเลอร์ในช่วงเวลาเดียวกันได้ไหม?

แหล่งข้อมูลที่ใช้ไม่ได้กำหนดว่าต้องทำพร้อมกันหรือแยกกัน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการรักษาแบบผสมเป็นมาตรฐานการดูแลในปัจจุบัน และต้องวางแผนเฉพาะราย [3] ให้แพทย์ที่ฉีดเป็นผู้กำหนดลำดับและตำแหน่ง

โบท็อกกับฟิลเลอร์ อันไหนอันตรายกว่า?

เทียบตรง ๆ ไม่ได้ เพราะความเสี่ยงร้ายแรงเป็นคนละแบบ โบท็อกมีคำเตือนฤทธิ์ลามจนกลืนและหายใจลำบาก [1] ฟิลเลอร์มีความเสี่ยงฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ [2] ไม่มีตัวเลขกลางว่าอย่างไหนเกิดบ่อยกว่า

ฉีดโบท็อกหรือฟิลเลอร์เองได้ไหม?

ไม่ควร FDA สหรัฐฯ แนะนำว่าอย่าฉีดฟิลเลอร์เอง และให้หาผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต [2] ฉลากโบท็อกระบุว่าแพทย์ต้องเข้าใจกายวิภาคของกล้ามเนื้อและโครงสร้างบริเวณที่ฉีด [1] และ อย. เตือนว่าผลิตภัณฑ์เถื่อนที่ฉีดเข้าร่างกายอาจอันตรายถึงชีวิต [6]

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ การทำหัตถการทุกชนิดควรทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

  1. AbbVie/Allergan. BOTOX Cosmetic (onabotulinumtoxinA) for injection: prescribing information and Medication Guide (revised 10/2024). Accessed 2026-10-12. https://www.rxabbvie.com/pdf/botox-cosmetic_pi.pdfกลับไปที่ข้อความ
  2. US FDA. Dermal Fillers (Soft Tissue Fillers). Accessed 2026-10-12. https://www.fda.gov/medical-devices/aesthetic-cosmetic-devices/dermal-fillers-soft-tissue-fillersกลับไปที่ข้อความ
  3. Sundaram H, Liew S, Signorini M, et al. Global Aesthetics Consensus: Hyaluronic Acid Fillers and Botulinum Toxin Type A, Recommendations for Combined Treatment and Optimizing Outcomes in Diverse Patient Populations. Plastic and Reconstructive Surgery. 2016;137(5):1410-1423. doi:10.1097/PRS.0000000000002119. (Consensus meeting supported by Allergan.) https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5242215/กลับไปที่ข้อความ
  4. Few J, Cox SE, Paradkar-Mitragotri D, Murphy DK. A Multicenter, Single-Blind Randomized, Controlled Study of a Volumizing Hyaluronic Acid Filler for Midface Volume Deficit: Patient-Reported Outcomes at 2 Years. Aesthetic Surgery Journal. 2015;35(5):589-599. doi:10.1093/asj/sjv050. (Designed and funded by Allergan.) https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4482214/กลับไปที่ข้อความ
  5. Thai FDA (อย.). อย. แนะผู้บริโภค ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ก่อนใช้บริการ. Press release 5 July 2023 (5 กรกฎาคม 2566). https://www.fda.moph.go.th/news/%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8Cกลับไปที่ข้อความ
  6. Thai FDA (อย.). ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม อย. ทลายเครือข่ายแหล่งผลิตโบท็อกซ์ปลอม. Press release 12 July 2024 (12 กรกฎาคม 2567). https://www.fda.moph.go.th/news/%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8Cกลับไปที่ข้อความ
  7. Urdiales-Galvez F, et al. Treatment of Soft Tissue Filler Complications: Expert Consensus Recommendations. Aesthetic Plastic Surgery. 2018;42(2):498-510. doi:10.1007/s00266-017-1063-0. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5840246/กลับไปที่ข้อความ
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?