ข้ามไปยังเนื้อหา

หลังฉีดฟิลเลอร์ ข้อห้าม เป็นก้อน อยู่ได้นานแค่ไหน ตามฉลากและงานวิจัย

สารบัญ

ผู้หญิงนั่งอ่านหนังสือบนเก้าอี้นวมสีฟ้า ห่มผ้าถักสีขาว ข้างโคมไฟและต้นไม้เล็ก

สรุปสั้น ๆ

  • ข้อควรเลี่ยงตามฉลากคือออกกำลังกายหนักและแดดจัดหรือความร้อนใน 24 ชั่วโมงแรก ส่วนข้อห้ามอื่นให้ทำตามใบคำแนะนำของแพทย์ที่ฉีด [2][3]
  • ก้อนนูนพบได้บ่อยในช่วงแรก บางก้อนอยู่เกิน 30 วัน และบางรายเกิดก้อนช้าเป็นเดือน ส่วนฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหนไม่มีตัวเลขกลาง [1][2][4]
  • ปวดผิดปกติ สายตาเปลี่ยน ผิวขาว เทา หรือฟ้า หรืออาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง ต้องพบแพทย์ทันที [1]

หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรทำและไม่ควรทำอะไร

ฉลากฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกของผู้ผลิตเดียวกันสองฉบับแนะนำให้เลี่ยงออกกำลังกายหนักและแดดจัดหรือความร้อนใน 24 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทำให้แดง บวม หรือคัน [2][3]

ไม่มีรายการข้อห้ามกลางที่ใช้กับทุกยี่ห้อ ข้อมูลด้านล่างมาจากฉลากสองฉบับนั้นและข้อเสนอของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ให้ทำตามใบคำแนะนำของแพทย์ที่ฉีดเป็นหลัก กลุ่มผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้รับบริการได้ใบคำแนะนำหลังฉีดเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเบอร์ติดต่อ [7] ภาพรวมของฟิลเลอร์ทั้งหมดอยู่ที่ [[what-is-filler]]

  • 24 ชั่วโมงแรก: เลี่ยงออกกำลังกายหนัก และเลี่ยงการอยู่กลางแดดหรือความร้อนนาน ๆ เพราะอาจทำให้แดง บวม หรือคัน [2][3]
  • ฉลากฉบับหนึ่งเพิ่มข้อให้เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน 24 ชั่วโมงแรก [3]
  • ถ้าบริเวณที่ฉีดบวม ฉลากฉบับหนึ่งระบุว่าประคบน้ำแข็งช่วงสั้น ๆ ได้ [2]
  • เลเซอร์ ลอกผิวด้วยสารเคมี หรือหัตถการที่อาศัยการตอบสนองของผิว: ฉลากเตือนความเสี่ยงปฏิกิริยาอักเสบที่ตำแหน่งฉีด ทั้งเมื่อทำหลังฉีดฟิลเลอร์ และเมื่อฉีดฟิลเลอร์ก่อนผิวหายสนิทจากหัตถการนั้น [3]
  • ทันตกรรมและขูดหินปูน: FDA ระบุว่าอาการอักเสบใกล้จุดฉีดอาจเกิดตามหลังการเจ็บป่วยหรือการติดเชื้อ วัคซีน หรือหัตถการทางทันตกรรม [1] และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเสนอให้เลี่ยงทันตกรรมและขูดหินปูนในช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนและหลังฉีด เพื่อลดโอกาสที่แบคทีเรียเข้ากระแสเลือดและเกิดไบโอฟิล์ม [7]
  • ยาและสารที่ทำให้เลือดหยุดช้า เช่น แอสไพริน ยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs และวาร์ฟาริน: อาจช้ำหรือเลือดออกมากขึ้น [2] ให้ถามแพทย์ก่อนหยุดยา อย่าหยุดเอง

หลังฉีดฟิลเลอร์ บวมและช้ำกี่วันถึงหาย

อาการที่ผู้เข้าร่วมบันทึกพบในผู้เข้าร่วมในผู้ที่มีอาการ อยู่เกิน 30 วัน
บวมร้อยละ 85.7ร้อยละ 3.1 [2]
ก้อนนูนร้อยละ 81.1ร้อยละ 15.8 [2]
แข็งหรือตึงร้อยละ 82.3ร้อยละ 12.4 [2]
ช้ำร้อยละ 77.7ร้อยละ 0.5 [2]
เจ็บร้อยละ 66.4ไม่มี [2]
แดงร้อยละ 66.0ร้อยละ 1.7 [2]

เลื่อนดูตาราง →

ฉลากฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกยี่ห้อหนึ่งระบุว่าอาการตรงจุดฉีดส่วนใหญ่หายภายใน 3 วันถึง 4 สัปดาห์ และไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้กับทุกยี่ห้อ [2] ฉลากเดียวกันบอกว่าที่ขมับมักหายใน 3 วัน ส่วนที่แก้มและคางมักใช้ 2 ถึง 4 สัปดาห์ [2]

ตารางนี้มาจากไดอารี่ของผู้เข้าร่วม 265 คนในงานวิจัยแก้มของฉลากนั้น เป็นข้อมูลของยี่ห้อเดียวและตำแหน่งเดียว [2]

ในรายงานตีพิมพ์ของงานวิจัยเดียวกัน (ผู้ผลิตเป็นผู้ออกแบบและให้ทุน) ในผู้ที่มีอาการ อาการบวมหายภายใน 2 สัปดาห์ร้อยละ 91.6 และก้อนนูนหายภายใน 2 สัปดาห์ร้อยละ 66.0 [5] งานรวมผลการทดลองฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกพบว่าอาการบวมเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด และผู้เขียนระบุว่าอาการบวมควรลดลงภายในไม่กี่วัน ถ้ายังไม่ลดต้องติดต่อบุคลากรการแพทย์ เพราะไม่ใช่ปฏิกิริยาปกติ [6]

ฟิลเลอร์เป็นก้อน เกิดจากอะไร และหายเองไหม

ก้อนช่วงแรกพบได้บ่อย บางก้อนอยู่เกิน 30 วัน และบางรายเกิดก้อนช้าเป็นเดือนหลังฉีด จึงต้องให้แพทย์ที่ฉีดประเมิน [2][4] ในไดอารี่ของงานวิจัยแก้มของฉลากยี่ห้อหนึ่ง ร้อยละ 81.1 รายงานก้อนนูน และในผู้ที่มีก้อน ร้อยละ 15.8 อยู่เกิน 30 วัน [2] อย. ก็ระบุว่าการฉีดฟิลเลอร์อาจพบก้อนบริเวณที่ฉีด [8]

ฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญแยกก้อนเป็นสองแบบ ก้อนช่วงแรกเกิดภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ มักไม่เจ็บ และส่วนใหญ่เกิดจากเทคนิค เช่น ใช้ฟิลเลอร์มากเกิน วางตื้นเกิน หรือเลือกผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับบริเวณ [4] ก้อนช่วงแรกอาจตอบสนองต่อการนวด แต่การนวดเพื่อรักษาเป็นเรื่องที่แพทย์ตัดสินใจ ไม่ควรนวดหรือกดเองถ้าไม่ได้รับคำแนะนำ [4]

ก้อนแบบเกิดช้า (ตั้งแต่ 4 สัปดาห์ถึง 1 ปีหรือนานกว่านั้น) มักเป็นการอักเสบจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อฟิลเลอร์ หรือเกี่ยวกับการติดเชื้อรวมถึงไบโอฟิล์ม [4] ในงานวิจัยแก้มของฉลากเดียวกัน มีผู้เข้าร่วมสองคนเกิดก้อนหรือผิวเป็นปุ่มประมาณเดือนที่ 7 รักษาด้วยยาและไฮยาลูโรนิเดส และอาการหายแล้ว [2]

แนวทางของผู้เชี่ยวชาญคือสังเกตก่อนถ้าการอักเสบกำลังดีขึ้น ถ้าก้อนไม่อักเสบแต่ไม่หาย แพทย์อาจใช้เข็มดูดออก กรีดเล็ก ๆ เพื่อเอาฟิลเลอร์ออก หรือใช้ไฮยาลูโรนิเดสกับฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก [4] แต่ FDA ระบุว่าการเอาฟิลเลอร์ออกอาจทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะฟิลเลอร์ถาวรและชนิดที่ไม่ใช่ไฮยาลูโรนิก [1]

ตัวเลขความถี่ของก้อนในงานรวมผลการทดลองคือร้อยละ 9.4 แต่ช่วงความเชื่อมั่นกว้างมาก (2.6 ถึง 28.8) เพราะแต่ละงานต่างกัน [6] จึงไม่ควรใช้เป็นค่ากลาง ถ้าก้อนอยู่ใต้ตา อ่านเพิ่มที่ [[under-eye-filler-questions]]

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน

ไม่มีตัวเลขกลาง เพราะ FDA ระบุว่าระยะเวลาที่ผลอยู่ขึ้นกับชนิดฟิลเลอร์และตำแหน่งที่ฉีด และฟิลเลอร์บางชนิดถูกร่างกายดูดซึมไปเอง จึงอาจต้องฉีดซ้ำ [1]

ตัวอย่างจากฉลาก ในงานวิจัยแก้มของฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกยี่ห้อหนึ่ง ผู้ที่ยังดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับบนมาตรวัดปริมาตรหน้าส่วนกลางมีร้อยละ 85.2 ที่เดือนที่ 12 ร้อยละ 71.5 ที่เดือนที่ 18 และร้อยละ 67.1 ที่เดือนที่ 24 [2] ตัวเลขนี้นับรวมการเติมแก้ไขตามโปรโตคอลของงานวิจัย [2] อีกงานวัดผลด้วยมาตรวัดอีกแบบ พบว่าผู้ที่ประเมินว่าปริมาตรแก้มดีขึ้นมีร้อยละ 92.8 ที่เดือนที่ 6 และร้อยละ 79.0 ที่ 2 ปี [5]

ที่ริมฝีปาก ฉลากของฟิลเลอร์อีกยี่ห้อ (Ultra XC) รายงานผู้ที่ดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับร้อยละ 80.5 ที่เดือนที่ 6 ร้อยละ 63.6 ที่เดือนที่ 9 และร้อยละ 56.4 ที่เดือนที่ 12 [3] จะเห็นว่าตัวเลขของบริเวณและยี่ห้อต่างกันไม่เหมือนกัน และผู้ผลิตเป็นผู้ทำงานวิจัยเหล่านี้ [5]

อีกด้านหนึ่ง ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกที่วางตื้นเกินไปใต้ผิวอาจทำให้ผิวออกสีฟ้าอมเทา (Tyndall effect) และมีรายงานว่าอยู่ได้นานเป็นปีถ้าไม่ได้รับการรักษา [4] ระยะเวลาที่ผลอยู่จึงไม่ได้บอกว่าฟิลเลอร์ดีหรือไม่ดี ให้ถามแพทย์ว่าฉลากของยี่ห้อที่ใช้มีข้อมูลการติดตามผลกี่เดือน และวัดอะไร เรื่องฟิลเลอร์ร่องแก้มและโหนกแก้มโดยเฉพาะอ่านที่ [[nasolabial-cheek-filler]]

ฟิลเลอร์ไหลคืออะไร เกิดขึ้นจริงไหม

FDA จัดการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์ (migration) เป็นผลข้างเคียงที่พบน้อย และไม่มีตัวเลขกลางว่าเกิดบ่อยแค่ไหน [1] FDA ระบุการเคลื่อนที่ รั่ว หรือแตกของฟิลเลอร์ไว้ในกลุ่มผลข้างเคียงที่พบน้อย [1]

ฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญระบุการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์ไว้ในตารางผลข้างเคียงโดยไม่มีรายละเอียดเพิ่ม [4] ฉลากฟิลเลอร์ยี่ห้อหนึ่งระบุการเคลื่อนที่ไว้ในรายงานหลังวางตลาด แต่ไม่พบในงานวิจัยที่ใช้ขึ้นทะเบียน [2] กลุ่มผู้เชี่ยวชาญอีกกลุ่มจัดการเคลื่อนที่ (displacement) เป็นผลข้างเคียงแบบเกิดช้า [7]

คำว่าฟิลเลอร์ไหลในภาษาพูดอาจหมายถึงหลายเรื่อง เช่น ก้อนที่ย้ายตำแหน่ง ฟิลเลอร์ที่ใช้มากเกิน หรืออาการบวมค้าง บทความนี้อ้างเฉพาะสิ่งที่แหล่งข้อมูลเรียกว่าการเคลื่อนที่ ถ้าใบหน้าเปลี่ยนรูปหรือเห็นก้อนย้ายที่ ให้กลับไปให้แพทย์ที่ฉีดตรวจ

หลังฉีดฟิลเลอร์ อาการแบบไหนต้องรีบพบแพทย์

ปวดผิดปกติ สายตาเปลี่ยน หรือผิวใกล้จุดฉีดขาว เทา หรือฟ้า เป็นสัญญาณที่ FDA สหรัฐฯ ให้รีบพบแพทย์ทันที [1] อย. ก็แนะนำว่าถ้าพบอาการผิดปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ให้พบแพทย์ทันที [9]

เหตุที่ต้องรีบคือฟิลเลอร์ที่เข้าหลอดเลือดอาจทำให้หลอดเลือดอุดตัน ฉันทามติระบุว่าอาการหลักสองอย่างคือปวดและสีผิวเปลี่ยน หลอดเลือดแดงอุดตันมักปวดรุนแรงเกินสัดส่วนทันทีพร้อมสีผิวเปลี่ยน [4] กลุ่มผู้เชี่ยวชาญอีกกลุ่มบอกว่าสีผิวเปลี่ยนอาจเกิดห่างจากจุดฉีดได้ และแม้มักเป็นทันที ก็มีรายงานว่าเกิดช้าได้ถึง 24 ชั่วโมง [7] กลุ่มเดียวกันระบุว่าถ้าเกี่ยวกับตา กรอบเวลาเพื่อช่วยการมองเห็นคือไม่เกิน 90 นาที [7]

  • ปวดผิดปกติ ปวดรุนแรงเกินที่ควรเป็น [1][4]
  • ผิวบริเวณใกล้จุดฉีดขาว เทา ฟ้า หรือเป็นลายด่าง ซึ่งอาจอยู่ห่างจากจุดฉีด [1][7]
  • สายตาเปลี่ยน ตามัว มองไม่เห็น หรือปวดตา ต้องพบจักษุแพทย์เร่งด่วน [1][4]
  • อาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง เช่น พูดลำบาก ใบหน้าหรือแขนขาชาหรืออ่อนแรง เดินลำบาก ปวดหัวรุนแรง เวียนหัว หรือสับสน [1]
  • บวมที่ไม่ลดลงภายในไม่กี่วัน ให้ติดต่อบุคลากรการแพทย์ที่ฉีด [6]
  • ผลข้างเคียงรุนแรงอื่น เช่น แพ้รุนแรง ผิวหนังตาย ติดเชื้อ หรือผิวบริเวณที่ฉีดขาวขึ้นหรือคล้ำลงผิดปกติ [1][8][9]

คำถามที่พบบ่อย

หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามอะไรบ้าง?

ฉลากฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกสองฉบับแนะนำให้เลี่ยงออกกำลังกายหนักและแดดจัดหรือความร้อนใน 24 ชั่วโมงแรก [2][3] ฉบับหนึ่งเพิ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ [3] ข้อห้ามอื่นขึ้นกับยี่ห้อและตำแหน่ง ให้ทำตามใบคำแนะนำของแพทย์ที่ฉีด

ฟิลเลอร์เป็นก้อนหายเองไหม?

ก้อนช่วงแรกส่วนหนึ่งหายได้ในไม่กี่สัปดาห์ ในรายงานงานวิจัยหนึ่ง ก้อนนูนหายภายใน 2 สัปดาห์ร้อยละ 66.0 ของผู้ที่มีก้อน [5] แต่ร้อยละ 15.8 ของผู้ที่มีก้อนอยู่เกิน 30 วัน [2] และบางรายเกิดก้อนช้าเป็นเดือน [2][4] ถ้าก้อนไม่หาย เจ็บ หรือแดง ให้กลับไปหาแพทย์ที่ฉีด

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ไม่มีตัวเลขกลาง ขึ้นกับชนิดฟิลเลอร์และตำแหน่งที่ฉีด [1] ตัวอย่างงานวิจัยแก้มของยี่ห้อหนึ่ง ผู้ที่ยังดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับมีร้อยละ 85.2 ที่เดือนที่ 12 และร้อยละ 67.1 ที่เดือนที่ 24 [2]

ฟิลเลอร์ไหลได้จริงไหม?

FDA ระบุว่าการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์เป็นผลข้างเคียงที่พบน้อย [1] ไม่มีตัวเลขกลางว่าเกิดบ่อยแค่ไหน ถ้าเห็นก้อนย้ายที่หรือใบหน้าเปลี่ยนรูป ให้กลับไปให้แพทย์ที่ฉีดตรวจ

หลังฉีดฟิลเลอร์ นวดหรือประคบได้ไหม?

ฉลากฉบับหนึ่งระบุว่าถ้าบวม ประคบน้ำแข็งช่วงสั้น ๆ ได้ [2] ส่วนความร้อนให้เลี่ยงใน 24 ชั่วโมงแรก [2][3] การนวดเพื่อรักษาก้อนช่วงแรกเป็นเรื่องที่แพทย์ตัดสินใจ [4] ไม่ควรนวดเองถ้าไม่ได้รับคำแนะนำ

หลังฉีดฟิลเลอร์ ทำเลเซอร์หรือลอกผิวได้ไหม?

ฉลาก Ultra XC เตือนว่าถ้าทำเลเซอร์ ลอกผิวด้วยสารเคมี หรือหัตถการที่อาศัยการตอบสนองของผิวหลังฉีดฟิลเลอร์ อาจเกิดปฏิกิริยาอักเสบที่ตำแหน่งฉีด และเกิดได้เช่นกันถ้าฉีดฟิลเลอร์ก่อนผิวหายสนิทจากหัตถการนั้น [3] ควรถามแพทย์ก่อนวางแผน

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ การทำหัตถการทุกชนิดควรทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

  1. US FDA. Dermal Fillers (Soft Tissue Fillers). Accessed 2026-10-12. https://www.fda.gov/medical-devices/aesthetic-cosmetic-devices/dermal-fillers-soft-tissue-fillersกลับไปที่ข้อความ
  2. Allergan/AbbVie. JUVEDERM VOLUMA XC Directions for Use (US FDA premarket approval P110033, supplement document). Accessed 2026-10-12. https://www.accessdata.fda.gov/cdrh_docs/pdf11/P110033S070C.pdfกลับไปที่ข้อความ
  3. Allergan/AbbVie. JUVEDERM Ultra XC Directions for Use. Accessed 2026-10-12. https://www.rxabbvie.com/pdf/juvederm-ultra-xc_dfu.pdfกลับไปที่ข้อความ
  4. Urdiales-Galvez F, et al. Treatment of Soft Tissue Filler Complications: Expert Consensus Recommendations. Aesthetic Plastic Surgery. 2018;42(2):498-510. doi:10.1007/s00266-017-1063-0. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5840246/กลับไปที่ข้อความ
  5. Few J, Cox SE, Paradkar-Mitragotri D, Murphy DK. A Multicenter, Single-Blind Randomized, Controlled Study of a Volumizing Hyaluronic Acid Filler for Midface Volume Deficit: Patient-Reported Outcomes at 2 Years. Aesthetic Surgery Journal. 2015;35(5):589-599. doi:10.1093/asj/sjv050. (Designed and funded by Allergan.) https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4482214/กลับไปที่ข้อความ
  6. Colon J, Mirkin S, Hardigan P, Elias MJ, Jacobs RJ. Adverse Events Reported From Hyaluronic Acid Dermal Filler Injections to the Facial Region: A Systematic Review and Meta-Analysis. Cureus. 2023;15(4):e38286. doi:10.7759/cureus.38286. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10226824/กลับไปที่ข้อความ
  7. Heydenrych I, Kapoor KM, De Boulle K, et al. A 10-point plan for avoiding hyaluronic acid dermal filler-related complications during facial aesthetic procedures and algorithms for management. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2018;11:603-611. doi:10.2147/CCID.S180904. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6257077/กลับไปที่ข้อความ
  8. Thai FDA (อย.). อย. แนะผู้บริโภค ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ก่อนใช้บริการ. Press release 5 July 2023 (5 กรกฎาคม 2566). https://www.fda.moph.go.th/news/%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8Cกลับไปที่ข้อความ
  9. Thai FDA (อย.). อย. เตือนฉีดฟิลเลอร์เถื่อนภัยร้ายถึงชีวิต แนะก่อนใช้บริการ เช็คให้ชัวร์เพื่อความปลอดภัย. Press release 10 December 2024 (10 ธันวาคม 2567). https://www.fda.moph.go.th/news/10122567กลับไปที่ข้อความ
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?