ข้ามไปยังเนื้อหา

ฟิลเลอร์ปาก (ฉีดปาก) คืออะไร ผลข้างเคียง บวมกี่วัน และข้อควรถามแพทย์

สารบัญ

ผู้หญิงเท้าคางที่โต๊ะ ถือเชอร์รีที่ก้าน มีชามเชอร์รีวางอยู่ บนพื้นหลังสีฟ้า

สรุปสั้น ๆ

  • ฟิลเลอร์ปากคือการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มปริมาตรริมฝีปาก และ FDA อนุมัติเป็นรายผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ฟิลเลอร์ทุกตัวสำหรับริมฝีปากได้ [1][2]
  • งานทดลองแบบสุ่มของฟิลเลอร์ HA ตัวหนึ่งพบว่าอาการเจ็บ บวม และก้อนมักอยู่ไม่เกิน 7 วัน แต่ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้กับทุกคนและทุกผลิตภัณฑ์ [3]
  • ผลข้างเคียงบางอย่างโผล่ช้ามาก และฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือดเป็นความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุด จึงควรให้แพทย์ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ฉีด [1][4][5]

ฟิลเลอร์ปาก (ฉีดปาก) คืออะไร

ฟิลเลอร์ปากคือการฉีดฟิลเลอร์เข้าริมฝีปากเพื่อเพิ่มปริมาตร ซึ่ง FDA สหรัฐฯ ระบุเป็นข้อบ่งใช้ที่อนุมัติสำหรับผลิตภัณฑ์บางตัว [1][2] ในบทความนี้ ฉีดปากและฟิลเลอร์ปากหมายถึงเรื่องเดียวกัน

อย. ไทยระบุริมฝีปากไว้ในบริเวณที่ใช้ฟิลเลอร์ และจัดฟิลเลอร์เป็นเครื่องมือแพทย์ [7] FDA ก็ระบุว่าการฉีดฟิลเลอร์ควรถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ [1] ถ้ายังไม่แน่ใจว่าฟิลเลอร์คืออะไร อ่านภาพรวมได้ใน [[what-is-filler]]

ฟิลเลอร์ตัวไหนมีฉลากรองรับริมฝีปาก

ในฐานข้อมูลของ FDA มีฟิลเลอร์ HA หลายตัวที่ได้รับอนุมัติสำหรับริมฝีปาก เช่น Juvéderm Ultra XC, Juvéderm Volbella XC และ Restylane Kysse [2] ฐานข้อมูลบันทึกว่า Juvéderm Ultra XC ได้รับอนุมัติข้อบ่งใช้ริมฝีปากเมื่อ ค.ศ. 2015 Juvéderm Volbella XC เมื่อ ค.ศ. 2016 และ Restylane Kysse เมื่อ ค.ศ. 2020 [2]

ข้อบ่งใช้ที่บันทึกไว้คือฉีดเข้าริมฝีปากเพื่อเพิ่มปริมาตรในผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 21 ปี และสำหรับ Volbella XC กับ Kysse รวมถึงแก้ริ้วรอยรอบปากด้วย [2] ตัวอย่างอื่นในฐานข้อมูลคือ Revanesse Lips+ ซึ่งได้รับอนุมัติเมื่อ ค.ศ. 2020 สำหรับผู้ที่อายุ 22 ปีขึ้นไป [2]

การได้รับอนุมัติใน FDA สหรัฐฯ ไม่ได้บอกสถานะการขึ้นทะเบียนในไทย และผลิตภัณฑ์ที่ไม่อยู่ในรายการนี้ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ปลอดภัย บทความนี้ไม่ได้ตรวจทะเบียนของแต่ละยี่ห้อในไทย ให้ขอเลขทะเบียนจากแพทย์แล้วตรวจกับ อย. ตามที่ อย. แนะนำ [7] เรื่องยี่ห้ออ่านต่อใน [[filler-brands-compared]]

ฉีดปากบวมกี่วัน งานวิจัยบอกอะไร

ในงานทดลองแบบสุ่มของฟิลเลอร์ HA สำหรับริมฝีปากตัวหนึ่ง อาการเจ็บ บวม และคลำเป็นก้อนมักอยู่ไม่เกิน 7 วัน แต่ไม่มีตัวเลขกลางสำหรับทุกคน [3] อาการที่ผู้เข้าร่วมจดในไดอารี่บ่อยที่สุดที่ริมฝีปากคือเจ็บเวลาแตะ บวม และเป็นก้อนนูน [3]

ในงานเดียวกัน เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวกับการฉีดส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายเอง โดยกลางข้อมูลราว 2 สัปดาห์ [3] ที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มที่ฉีดผลิตภัณฑ์ทดลองคือก้อนที่จุดฉีดร้อยละ 10 รอยช้ำร้อยละ 8 และก้อนใต้ผิวร้อยละ 5 [3]

FDA ระบุกว้าง ๆ สำหรับฟิลเลอร์ทุกชนิดว่าอาการ เช่น บวมและช้ำ เกิดไม่นานหลังฉีด และหลายอาการหายได้ในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ [1] งานทดลองข้างต้นอนุญาตให้ประคบเย็นเพื่อลดบวมหลังฉีด [3]

ข้อควรระวังในการอ่านตัวเลข งานนี้ทดสอบผลิตภัณฑ์ตัวเดียวและผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีสีผิวอ่อน [3] ตัวเลขจึงใช้ทำนายอาการของแต่ละคนไม่ได้ ข้อห้ามหลังฉีด บทความนี้ไม่ได้ทำเป็นรายการ ให้ทำตามที่แพทย์ผู้ฉีดบอก และอ่านต่อใน [[filler-aftercare-lumps-duration]]

ถ้าอาการแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น หรือมีปวดผิดปกติ สีผิวซีด เทา หรือน้ำเงิน หรือมองเห็นเปลี่ยนไป FDA ให้พบแพทย์ทันที [1]

ฟิลเลอร์ปากมีผลข้างเคียงและความเสี่ยงอะไรบ้าง

นอกจากบวม ช้ำ และเจ็บ ฟิลเลอร์ปากอาจทำให้เกิดก้อน การติดเชื้อ การแพ้ และที่ร้ายแรงที่สุดคือฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด [1][5] FDA ระบุว่าความเสี่ยงทั่วไปของฟิลเลอร์คือช้ำ แดง บวม เจ็บ คัน และผื่น ส่วนที่พบน้อยกว่าคือก้อนหรือแกรนูโลมา การติดเชื้อ แผลเปิด การแพ้ และเนื้อเยื่อตาย [1]

อย. ไทยก็รายงานรายการคล้ายกัน เช่น คัน ปวด บวม ตึง แดงร้อน ห้อเลือด ติดเชื้อ ก้อนที่จุดฉีด และผิวหนังที่ขาวขึ้นหรือคล้ำลง [7] คณะผู้เชี่ยวชาญที่ทบทวนฟิลเลอร์ HA ระบุว่าปฏิกิริยาช่วงแรกรวมถึงหลอดเลือดขาดเลือด การอักเสบ และการวางฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง ส่วนปฏิกิริยาช่วงหลังรวมถึงก้อน แกรนูโลมา และสีผิวเปลี่ยน [5]

งานทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2024 ที่เน้นเฉพาะริมฝีปากรวม 19 งานวิจัย และวิเคราะห์ผู้ป่วย 30 รายที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดปาก [4] ปฏิกิริยาที่พบบ่อยที่สุดคือปฏิกิริยาแกรนูโลมาต่อสิ่งแปลกปลอม ซึ่งเริ่มหลังฉีดเฉลี่ยราว 58 เดือน และกลางข้อมูล 24 เดือน [4]

ผู้เขียนระบุว่าไม่มีงานวิจัยใดรายงานอาการเหล่านี้ให้หน่วยงานกำกับดูแล และสรุปว่าควรติดตามอาการทั้งระยะสั้นและระยะยาว [4] ตัวเลขนี้มาจากรายงานผู้ป่วยกลุ่มเล็ก จึงบอกไม่ได้ว่าเกิดบ่อยแค่ไหน และไม่ได้แปลว่าฟิลเลอร์ปากทุกรายจะเกิดอาการนี้

ความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดคือฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด FDA ระบุว่าโอกาสเกิดต่ำ แต่ถ้าเกิดอาจทำให้เนื้อเยื่อตาย การมองเห็นผิดปกติถึงตาบอด และโรคหลอดเลือดสมอง [1] รายละเอียดและอาการเตือนอยู่ใน [[what-is-filler]]

ฟิลเลอร์ปากแก้ได้ไหม ละลายได้หรือเปล่า

ฟิลเลอร์ปากชนิด HA ละลายได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส ซึ่งแพทย์ใช้เมื่อฉีดมากเกินไปหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน [4][6] ผู้เขียนงานทบทวนฟิลเลอร์ปากอธิบายว่าการย้อนกลับด้วยเอนไซม์เป็นข้อได้เปรียบของ HA เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ชนิดอื่นที่แก้ไขได้ยากกว่า [4]

แนวทางปฏิบัติสำหรับแพทย์ระบุว่าไฮยาลูโรนิเดสใช้ละลายฟิลเลอร์ HA ในกรณีหลอดเลือดอุดตัน ก้อนที่เกิดภายหลัง และผลลัพธ์ที่ไม่เป็นที่พอใจ [6] การใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้ถือเป็นการใช้นอกข้อบ่งใช้ที่ขึ้นทะเบียนในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ และผู้ป่วยควรได้รับแจ้ง [6]

FDA เตือนว่าการเอาฟิลเลอร์ออกอาจต้องใช้การฉีด การผ่าตัด หรือวิธีอื่น ซึ่งมีความเสี่ยงของตัวเอง [1] คำถามว่าละลายแล้วจะกลับเป็นเหมือนก่อนฉีดทุกกรณีหรือไม่ ไม่มีข้อมูลในแหล่งที่เปิดอ่าน จึงไม่ตอบในบทความนี้

ก่อนฉีดปาก ควรถามแพทย์อะไร

FDA แนะให้คุยเรื่องตำแหน่งที่ฉีดและความเสี่ยง และอ่านเอกสารกำกับของฟิลเลอร์ตัวที่จะใช้ [1] อย. ไทยแนะให้เลือกสถานพยาบาลที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังประจำ ตรวจเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ และถ่ายรูปผลิตภัณฑ์ไว้ก่อนรับบริการ [7]

FDA ให้แจ้งแพทย์ถ้ามีผิวอักเสบหรือติดเชื้อ โรคเลือดออกง่าย หรือประวัติแพ้ยาชาลิโดเคน คอลลาเจน ไข่ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ [1] FDA ยังระบุว่าความปลอดภัยยังไม่ทราบในหญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และผู้อายุต่ำกว่า 22 ปี [1]

งานทดลองฟิลเลอร์ปากที่อ้างถึงด้านบนคัดผู้ที่มีเริมที่ปากกำเริบบ่อยออกจากการทดลอง [3] ถ้าเคยเป็นเริมที่ปาก ให้บอกแพทย์ก่อนฉีด รายการคำถามที่ควรเตรียมมีดังนี้

  • ผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ชื่ออะไร มีฉลากรองรับริมฝีปากหรือไม่ และเลขทะเบียน อย. คืออะไร [7]
  • ถ้าบวมหรือเป็นก้อนเกินที่แพทย์อธิบายไว้ ให้ติดต่อใครและเมื่อไร
  • ถ้าฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด สถานพยาบาลมีแผนรับมืออย่างไร [1]
  • ถ้ามีเหตุให้ต้องเอาฟิลเลอร์ออก ใช้วิธีอะไร และมีความเสี่ยงอะไร [1][6]
  • ประวัติแพ้ เริมที่ปาก โรคเลือดออกง่าย หรือการตั้งครรภ์ของเรา มีเรื่องไหนที่ต้องแจ้งก่อนฉีด [1][3]

คำถามที่พบบ่อย

ฟิลเลอร์ปากคืออะไร?

คือการฉีดฟิลเลอร์เข้าริมฝีปากเพื่อเพิ่มปริมาตร FDA สหรัฐฯ อนุมัติเฉพาะผลิตภัณฑ์บางตัวสำหรับริมฝีปาก [1][2]

ฉีดปากบวมกี่วัน?

ในงานทดลองของฟิลเลอร์ HA ตัวหนึ่ง อาการเจ็บ บวม และคลำเป็นก้อนมักอยู่ไม่เกิน 7 วัน [3] ไม่มีตัวเลขกลางสำหรับทุกคนและทุกผลิตภัณฑ์ และ FDA ระบุกว้าง ๆ ว่าหลายอาการหายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์ [1]

ฟิลเลอร์ปากมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

ที่พบบ่อยคือช้ำ แดง บวม เจ็บ คัน ส่วนที่พบน้อยกว่าคือก้อน การติดเชื้อ การแพ้ และเนื้อเยื่อตาย [1] บางอย่าง เช่น ปฏิกิริยาแกรนูโลมา เกิดช้าหลังฉีดเป็นปี [4]

ฟิลเลอร์ปากอันตรายไหม?

ความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดคือฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด FDA ระบุว่าโอกาสเกิดต่ำ แต่ผลอาจร้ายแรงและถาวร [1] จึงควรให้แพทย์ที่ได้รับอนุญาตและผ่านการฝึกเป็นผู้ฉีด [1][7]

ฟิลเลอร์ปากละลายได้ไหม?

ฟิลเลอร์ชนิด HA ละลายได้ด้วยไฮยาลูโรนิเดส [4][6] แต่การเอาฟิลเลอร์ออกมีความเสี่ยงของตัวเอง [1]

ฉีดฟิลเลอร์ปากได้ตั้งแต่อายุเท่าไร?

ข้อบ่งใช้ที่ FDA อนุมัติสำหรับริมฝีปากระบุผู้ใหญ่อายุเกิน 21 ปีหรือ 22 ปีขึ้นไป ตามผลิตภัณฑ์ [2] และ FDA ระบุว่าความปลอดภัยยังไม่ทราบในผู้ที่อายุต่ำกว่า 22 ปี [1]

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ การทำหัตถการทุกชนิดควรทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

  1. US Food and Drug Administration. Dermal Fillers (Soft Tissue Fillers). Content current as of 07/06/2023; accessed 2026-10-12. https://www.fda.gov/medical-devices/aesthetic-cosmetic-devices/dermal-fillers-soft-tissue-fillersกลับไปที่ข้อความ
  2. US Food and Drug Administration. openFDA device PMA database, product code LMH (dermal filler), approval order statements containing the word lips; queried 2026-10-12. https://api.fda.gov/device/pma.json?search=product_code:LMH+AND+ao_statement:lips&limit=100กลับไปที่ข้อความ
  3. Weiss R, Beer K, Cox SE, et al. A Randomized, Controlled, Evaluator-Blinded, Multi-Center Study of Hyaluronic Acid Filler Effectiveness and Safety in Lip Fullness Augmentation. Dermatologic Surgery. 2021;47(4):527-532. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8021234/กลับไปที่ข้อความ
  4. Coppini M, Caponio VCA, Mauceri R, et al. Aesthetic lip filler augmentation is not free of adverse reactions: lack of evidence-based practice from a systematic review. Frontiers in Oral Health. 2024;5:1495012. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11525007/กลับไปที่ข้อความ
  5. Signorini M, Liew S, Sundaram H, et al; Global Aesthetics Consensus Group. Global Aesthetics Consensus: Avoidance and Management of Complications from Hyaluronic Acid Fillers: Evidence- and Opinion-Based Review and Consensus Recommendations. Plastic and Reconstructive Surgery. 2016;137(6):961e-971e. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5242216/กลับไปที่ข้อความ
  6. Murray G, Convery C, Walker L, Davies E. Guideline for the Safe Use of Hyaluronidase in Aesthetic Medicine, Including Modified High-dose Protocol. Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology. 2021;14(8):E69-E75. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8570661/กลับไปที่ข้อความ
  7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). อย. แนะผู้บริโภค ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ก่อนใช้บริการ. ข่าวแจก 133, 5 กรกฎาคม 2566; accessed 2026-10-12. https://www.fda.moph.go.th/news/%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8Cกลับไปที่ข้อความ
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?