ข้ามไปยังเนื้อหา

ฟิลเลอร์ร่องแก้มและโหนกแก้ม: ฉลากรองรับอะไร ข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ควรรู้

สารบัญ

ผู้หญิงยิ้ม ประคองสองแก้มด้วยสองมือ ข้างกิ่งซากุระและกลีบดอกไม้ บนพื้นหลังสีฟ้า

สรุปสั้น ๆ

  • ร่องแก้มกับโหนกแก้มเป็นคนละเรื่อง ร่องคือริ้วรอยข้างจมูกถึงมุมปาก โหนกแก้มคือปริมาตรหน้าส่วนกลาง และฉลากแต่ละยี่ห้อรองรับไม่เหมือนกัน [2][3][7]
  • ฟิลเลอร์ชนิดดูดซึมได้ไม่ถาวร บวมและก้อนพบได้บ่อย ส่วนการฉีดเข้าหลอดเลือดพบน้อยแต่ร้ายแรง [1][2]
  • ตรวจเลข อย. ที่กล่อง ถ่ายรูปไว้ และให้แพทย์เป็นผู้ฉีดเท่านั้น ห้ามซื้อมาฉีดเอง [1][6]

ฟิลเลอร์ร่องแก้มคืออะไร และฉลากรองรับการใช้แบบไหน

ฟิลเลอร์ร่องแก้มคือฟิลเลอร์ชนิดดูดซึมได้ที่แพทย์ฉีดเพื่อให้ร่องข้างจมูกถึงมุมปากดูตื้นขึ้น ซึ่งฉลากของบางยี่ห้อรองรับการใช้นี้ [1][3][6] ร่องแก้มหรือ nasolabial fold คือร่องผิวที่เริ่มจากสองข้างจมูกไปสิ้นสุดที่มุมปาก [7]

อย. ระบุว่าฟิลเลอร์ใช้เติมหรือลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า โดยยกตัวอย่างร่องแก้ม โหนกแก้ม หน้าผาก ใต้ตา จมูก คาง และริมฝีปาก [6] ส่วน FDA สหรัฐฯ ระบุว่าฟิลเลอร์ชนิดดูดซึมได้ได้รับอนุมัติสำหรับริ้วรอยและร่องผิวระดับปานกลางถึงรุนแรง เช่น ร่องแก้ม ในผู้ใหญ่อายุเกิน 21 ปี [1]

ตัวอย่างข้อความบนฉลาก ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกยี่ห้อหนึ่ง (Juvéderm Ultra XC) ระบุให้ฉีดที่ชั้นหนังแท้ระดับกลางถึงลึก เพื่อแก้ริ้วรอยและร่องระดับปานกลางถึงรุนแรง เช่น ร่องแก้ม [3] การยกตัวอย่างนี้ไม่ได้แปลว่ายี่ห้อนี้ดีกว่ายี่ห้ออื่น

ฉลากของแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน FDA ระบุว่าผลิตภัณฑ์แต่ละตัวได้รับอนุมัติสำหรับบริเวณเฉพาะของใบหน้าและมือ [1] อย. ก็ระบุว่าบริเวณที่เหมาะสม ปริมาณ และวิธีฉีดของฟิลเลอร์แต่ละชนิดอยู่ในฉลากและเอกสารกำกับ [6] บทความนี้จึงไม่ให้ปริมาณหรือจำนวนจุดฉีด เพราะเป็นเรื่องที่แพทย์กำหนด ภาพรวมของฟิลเลอร์ทั้งหมดอยู่ที่ [[what-is-filler]]

ฟิลเลอร์โหนกแก้มต่างจากฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างไร

ฟิลเลอร์โหนกแก้มคือการเติมปริมาตรหน้าส่วนกลางที่ลดลงตามวัย ฉลากของยี่ห้อหนึ่งระบุให้ฉีดลึกในผู้ใหญ่อายุเกิน 21 ปี และเป็นข้อบ่งใช้เรื่องปริมาตร ไม่ได้ระบุร่องแก้ม [2] ฉลากของ Juvéderm Voluma XC ที่ FDA เผยแพร่ ระบุบริเวณแก้ม คาง และขมับ [2]

FDA สหรัฐฯ ระบุว่าการเสริมแก้ม ริมฝีปาก คาง และหลังมือ เป็นการใช้ที่ได้รับอนุมัติสำหรับฟิลเลอร์ชนิดดูดซึมได้ [1] จะเห็นว่าเป้าหมายต่างกัน ร่องแก้มคือการทำให้ร่องผิวตื้นขึ้น ส่วนโหนกแก้มคือการคืนปริมาตร

ในงานวิจัยเพื่อขึ้นทะเบียนของยี่ห้อนั้น ที่เดือนที่ 6 มีผู้ได้รับการฉีดร้อยละ 85.6 ที่ดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับบนมาตรวัดปริมาตรหน้าส่วนกลาง [2] ผู้ผลิตเป็นผู้ออกแบบและให้ทุนงานวิจัยนี้ [8] จึงควรอ่านเป็นข้อมูลของยี่ห้อเดียว ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ

คณะผู้เชี่ยวชาญฉันทามติระดับโลกฉบับหนึ่งเตือนว่า การเติมหน้าส่วนกลางให้นูนแบบคนอายุน้อยอาจดูพอใช้ได้ตอนหน้านิ่ง แต่ตอนยิ้มอาจเกิดผลที่ไม่ต้องการ เช่น หน้าส่วนกลางดันรอยต่อเปลือกตากับแก้ม หรือเห็นขอบนูนระหว่างแก้มกับหน้าส่วนล่าง และแนะนำให้ดูผู้รับบริการทั้งก่อน ระหว่าง และหลังฉีด ทั้งตอนนิ่งและตอนขยับหน้า [5]

ข้อจำกัดของฟิลเลอร์ร่องแก้มและโหนกแก้ม

ฟิลเลอร์ชนิดดูดซึมได้ไม่ถาวร และฉลากมีข้อจำกัดเฉพาะยี่ห้อ เช่น ยังไม่ยืนยันความปลอดภัยของเข็มปลายทู่ที่แก้มในผู้ที่ผิวกลุ่ม Fitzpatrick V และ VI [1][2] FDA ระบุว่าฟิลเลอร์บางชนิดถูกร่างกายดูดซึมไปเอง จึงอาจต้องฉีดซ้ำ และอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นกับชนิดฟิลเลอร์และตำแหน่งที่ฉีด [1]

ในงานวิจัยแก้มของฉลาก Voluma XC ผู้ที่ยังดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งระดับมีร้อยละ 85.2 ที่เดือนที่ 12 และร้อยละ 67.1 ที่เดือนที่ 24 [2] ตัวเลขนี้เป็นของยี่ห้อเดียวและผู้ผลิตเป็นผู้ทำ [8] ไม่ใช่ค่ากลางของฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ เรื่องอยู่ได้นานแค่ไหนอ่านต่อที่ [[filler-aftercare-lumps-duration]]

ฟิลเลอร์ชนิดถาวรได้รับอนุมัติใน FDA เฉพาะร่องแก้มและแผลเป็นสิวที่แก้ม [1] FDA ระบุว่าการเอาฟิลเลอร์ออกอาจทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะฟิลเลอร์ถาวรและชนิดที่ไม่ใช่ไฮยาลูโรนิก [1]

ฉลากของฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกที่อ้างถึงในบทความนี้ระบุให้ใช้โดยบุคลากรการแพทย์ที่ผ่านการฝึกและมีประสบการณ์ [2][3] FDA ระบุว่าการฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์ ไม่ใช่การรักษาเพื่อความงามทั่วไป และห้ามฉีดเองหรือซื้อฟิลเลอร์ทางออนไลน์ เพราะอาจเป็นของปลอมหรือไม่ได้รับอนุมัติ [1]

ความเสี่ยงของฟิลเลอร์ร่องแก้มและโหนกแก้ม

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือบวม ช้ำ แดง เจ็บ และก้อน ส่วนความเสี่ยงร้ายแรงที่พบน้อยคือฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังตายหรือสายตาผิดปกติ [1][6] อย. ระบุอาการที่พบได้ว่า คัน ปวด บวม ตึง แดงร้อน ฟกช้ำ ติดเชื้อ พบก้อน และผิวบริเวณที่ฉีดขาวขึ้นหรือคล้ำลง [6] FDA ระบุว่าความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดคือการฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อตาย สายตาผิดปกติรวมถึงตาบอด และโรคหลอดเลือดสมอง [1]

ในงานวิจัยแก้มของฉลาก Voluma XC ผู้เข้าร่วม 265 คนบันทึกอาการในไดอารี่ ร้อยละ 98.1 มีอาการตรงจุดฉีดอย่างน้อยหนึ่งอย่าง โดยบวมร้อยละ 85.7 และก้อนร้อยละ 81.1 ส่วนใหญ่เป็นระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง [2] ไดอารี่ของงานวิจัยนี้มีรายการอาการให้ผู้เข้าร่วมให้คะแนนทุกอย่าง จึงเห็นตัวเลขสูง [2]

งานรวมผลการทดลองฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกที่ใบหน้าพบว่า ที่ร่องแก้ม รายงานอาการบวมร้อยละ 17.1 เทียบกับร้อยละ 73.4 ในบริเวณอื่น และรายงานก้อนร้อยละ 2.9 เทียบกับร้อยละ 32.1 [4] ผลของแต่ละงานต่างกันมาก (ช่วงความเชื่อมั่นกว้าง) ผลิตภัณฑ์และเทคนิคก็ไม่เหมือนกัน บอกได้แค่ว่าในงานเหล่านั้นร่องแก้มบวมและเป็นก้อนน้อยกว่าบริเวณอื่น ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง [4]

ฉลาก Voluma XC ระบุว่ามีรายงานความผิดปกติของการมองเห็นหลังฉีดที่จมูก หว่างคิ้ว รอบดวงตา และ/หรือแก้ม โดยเริ่มเกิดได้ตั้งแต่ทันทีจนถึง 1 สัปดาห์หลังฉีด [2] คำเตือนเรื่องตาจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่บริเวณรอบดวงตา อาการที่ต้องรีบพบแพทย์อยู่ที่ [[filler-aftercare-lumps-duration]]

ก้อนบางชนิดเกิดช้า ในงานวิจัยแก้มของฉลากเดียวกัน มีผู้เข้าร่วมสองคนเกิดก้อนหรือผิวเป็นปุ่มประมาณเดือนที่ 7 หลังฉีด รักษาด้วยยาและไฮยาลูโรนิเดส และอาการหายแล้ว [2] ฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญระบุว่าก้อนแบบเกิดช้าเกิดได้ตั้งแต่ 4 สัปดาห์ถึง 1 ปีหรือนานกว่านั้น [9]

คำถามและสิ่งที่ควรตรวจก่อนปรึกษาแพทย์

ควรตรวจเลขทะเบียน อย. ที่กล่อง ถ่ายรูปไว้ และถามแพทย์ว่าฉลากของฟิลเลอร์ตัวนั้นรองรับบริเวณที่จะฉีดหรือไม่ [1][6] รายการด้านล่างมาจากคำแนะนำของ อย. FDA และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่การแนะนำสถานที่หรือแพทย์คนใดคนหนึ่ง

  • ขอดูกล่องผลิตภัณฑ์และเลขทะเบียน อย. แล้วถ่ายรูปไว้ก่อนรับบริการ ตรวจเลขได้ที่เว็บไซต์ อย. หรือสแกนคิวอาร์โค้ดที่ อย. ประกาศ [6]
  • ถามว่าเป็นฟิลเลอร์ชนิดดูดซึมได้หรือชนิดถาวร และฉลากรองรับบริเวณที่จะฉีดหรือไม่ [1]
  • ถามแพทย์เรื่องการฝึกอบรมและประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์ที่ใบหน้า ซึ่ง FDA แนะนำให้สอบถาม [1]
  • ถามว่ามีแผนรับมือเมื่อเกิดหลอดเลือดอุดตันหรือไม่ เช่น มีไฮยาลูโรนิเดสพร้อมและมีช่องทางส่งต่อจักษุแพทย์ ซึ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ฉีดเตรียมไว้ [10]
  • ขอใบคำแนะนำหลังฉีดเป็นลายลักษณ์อักษรและเบอร์ติดต่อ [10]
  • ห้ามฉีดเองและห้ามซื้อฟิลเลอร์ทางออนไลน์ [1]

คำถามที่พบบ่อย

ฟิลเลอร์ร่องแก้มกับฟิลเลอร์โหนกแก้มต่างกันยังไง?

ร่องแก้มคือร่องผิวข้างจมูกถึงมุมปาก [7] ส่วนโหนกแก้มคือการเติมปริมาตรหน้าส่วนกลาง [2] ฉลาก Ultra XC ระบุร่องแก้ม [3] ขณะที่ฉลาก Voluma XC ระบุแก้ม คาง และขมับ และไม่ได้ระบุร่องแก้ม [2]

ฟิลเลอร์ร่องแก้มอยู่ได้นานแค่ไหน?

ไม่มีตัวเลขกลาง FDA ระบุว่าขึ้นกับชนิดฟิลเลอร์และตำแหน่งที่ฉีด [1] ในงานวิจัยแก้มของฉลากยี่ห้อหนึ่ง ผู้ที่ยังดีขึ้นมีร้อยละ 85.2 ที่เดือนที่ 12 และร้อยละ 67.1 ที่เดือนที่ 24 [2] อ่านต่อที่ [[filler-aftercare-lumps-duration]]

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเจ็บไหม?

ฉลาก Voluma XC ระบุว่ามีลิโดเคนผสมอยู่ [2] ในงานวิจัยแก้มของฉลากเดียวกัน ร้อยละ 66.4 ของผู้เข้าร่วมบันทึกว่ามีอาการเจ็บหลังฉีด ส่วนใหญ่ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง [2] ยังไม่มีตัวเลขกลางของทุกยี่ห้อและทุกตำแหน่ง

ฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นก้อนได้ไหม?

ได้ ก้อนเป็นอาการที่พบได้ และบางรายเกิดช้าเป็นเดือน [2][9] ถ้าก้อนไม่หายหรือเจ็บ ให้กลับไปหาแพทย์ที่ฉีด รายละเอียดอยู่ที่ [[filler-aftercare-lumps-duration]]

ซื้อฟิลเลอร์มาฉีดเองได้ไหม?

ไม่ควร FDA ระบุว่าห้ามฉีดเองและห้ามซื้อฟิลเลอร์ทางออนไลน์ เพราะอาจเป็นของปลอมหรือไม่ได้รับอนุมัติ [1] อย. ระบุว่าฟิลเลอร์เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ผู้ขายต้องขออนุญาตก่อนจำหน่าย [6]

ตรวจได้อย่างไรว่าฟิลเลอร์ผ่าน อย.?

ขอดูฉลากผลิตภัณฑ์ ตรวจเลขทะเบียนที่เว็บไซต์ อย. หรือสแกนคิวอาร์โค้ดของ อย. และถ่ายรูปผลิตภัณฑ์ไว้เป็นหลักฐานก่อนรับบริการ [6]

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ การทำหัตถการทุกชนิดควรทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

  1. US FDA. Dermal Fillers (Soft Tissue Fillers). Accessed 2026-10-12. https://www.fda.gov/medical-devices/aesthetic-cosmetic-devices/dermal-fillers-soft-tissue-fillersกลับไปที่ข้อความ
  2. Allergan/AbbVie. JUVEDERM VOLUMA XC Directions for Use (US FDA premarket approval P110033, supplement document). Accessed 2026-10-12. https://www.accessdata.fda.gov/cdrh_docs/pdf11/P110033S070C.pdfกลับไปที่ข้อความ
  3. Allergan/AbbVie. JUVEDERM Ultra XC Directions for Use. Accessed 2026-10-12. https://www.rxabbvie.com/pdf/juvederm-ultra-xc_dfu.pdfกลับไปที่ข้อความ
  4. Colon J, Mirkin S, Hardigan P, Elias MJ, Jacobs RJ. Adverse Events Reported From Hyaluronic Acid Dermal Filler Injections to the Facial Region: A Systematic Review and Meta-Analysis. Cureus. 2023;15(4):e38286. doi:10.7759/cureus.38286. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10226824/กลับไปที่ข้อความ
  5. Sundaram H, Liew S, Signorini M, et al. Global Aesthetics Consensus: Hyaluronic Acid Fillers and Botulinum Toxin Type A, Recommendations for Combined Treatment and Optimizing Outcomes in Diverse Patient Populations. Plastic and Reconstructive Surgery. 2016;137(5):1410-1423. doi:10.1097/PRS.0000000000002119. (Consensus meeting supported by Allergan.) https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5242215/กลับไปที่ข้อความ
  6. Thai FDA (อย.). อย. แนะผู้บริโภค ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ก่อนใช้บริการ. Press release 5 July 2023 (5 กรกฎาคม 2566). https://www.fda.moph.go.th/news/%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8Cกลับไปที่ข้อความ
  7. de Melo F, Nicolau P, Piovano L, et al. Recommendations for volume augmentation and rejuvenation of the face and hands with the new generation polycaprolactone-based collagen stimulator (Ellanse). Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2017;10:431-440 (cited only for the definition of the nasolabial fold; authors report consulting for the maker of that product). https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5685142/กลับไปที่ข้อความ
  8. Few J, Cox SE, Paradkar-Mitragotri D, Murphy DK. A Multicenter, Single-Blind Randomized, Controlled Study of a Volumizing Hyaluronic Acid Filler for Midface Volume Deficit: Patient-Reported Outcomes at 2 Years. Aesthetic Surgery Journal. 2015;35(5):589-599. doi:10.1093/asj/sjv050. (Designed and funded by Allergan.) https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4482214/กลับไปที่ข้อความ
  9. Urdiales-Galvez F, et al. Treatment of Soft Tissue Filler Complications: Expert Consensus Recommendations. Aesthetic Plastic Surgery. 2018;42(2):498-510. doi:10.1007/s00266-017-1063-0. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5840246/กลับไปที่ข้อความ
  10. Heydenrych I, Kapoor KM, De Boulle K, et al. A 10-point plan for avoiding hyaluronic acid dermal filler-related complications during facial aesthetic procedures and algorithms for management. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2018;11:603-611. doi:10.2147/CCID.S180904. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6257077/
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?