ข้ามไปยังเนื้อหา

เมโสหน้าใส (ฉีดหน้าใส) คืออะไร ต่างจาก skin booster อย่างไร ส่วนประกอบที่พบและข้อควรระวัง

สารบัญ

ผู้หญิงถือขวดสเปรย์ละอองใส อีกมือแตะแก้ม ยืนข้างหน้าต่าง บนพื้นหลังสีฟ้า

สรุปสั้น ๆ

  • เมโสคือชื่อเทคนิคการฉีดเข้าชั้นผิวหนังแท้ ส่วน skin booster คือชื่อเรียกกลุ่มผลิตภัณฑ์ สองคำนี้ซ้อนกันมาก [1][2]
  • สารที่พบมีทั้งกรดไฮยาลูรอนิก สูตรผสมวิตามินและกรดอะมิโน PN คอลลาเจน แต่หลักฐานของสูตรผสมยังมีน้อยและไม่มีมาตรฐานกลาง [2][3][4]
  • สารที่ฉีดเข้าผิวต้องเป็นยาหรือเครื่องมือแพทย์ที่ขึ้นทะเบียน และฉีดโดยแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต เครื่องสำอางห้ามนำมาฉีด [9][10]

เมโสหน้าใส (ฉีดหน้าใส) คืออะไร

เมโสหน้าใสคือการฉีดสารปริมาณน้อยหลายจุดเข้าชั้นผิวหนังแท้ด้วยเข็มสั้น โดยคำว่าเมโสเป็นชื่อเทคนิคการฉีด ไม่ใช่ชื่อสารตัวเดียว [1][4] ชื่อทางวิชาการคือ mesotherapy หรือ intradermal therapy [1] คำว่าฉีดหน้าใสที่คนค้นกันบ่อยก็หมายถึงการฉีดแบบนี้ที่ใบหน้า

งานวิจัยอธิบายว่าเมโสเพื่อผิวหน้ามักฉีดสาร เช่น กรดไฮยาลูรอนิก วิตามิน แร่ธาตุ และกรดอะมิโน เข้าชั้นผิวหนังแท้ส่วนบน [3] ตามทฤษฎี สารเหล่านี้จะไปอยู่ใกล้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างโครงสร้างของผิว [3] เป้าหมายคือให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นและให้เซลล์เหล่านี้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น [4]

คำว่าหน้าใสไม่มีเกณฑ์วัดมาตรฐานรองรับ คณะที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ 10 คนระบุว่ายังไม่มีเกณฑ์มาตรฐานของคุณภาพผิวที่ดี [5] และเสนอว่าคุณภาพผิวอธิบายได้ด้วยสี่ด้าน คือความสม่ำเสมอของสีผิว ความเรียบของพื้นผิว ความกระชับ และความเปล่งปลั่ง [5]

เมโสหน้าใสต่างจาก skin booster อย่างไร

ประเด็นเมโสหน้าใสskin booster
คือเทคนิคการฉีดสารเข้าชั้นผิวหนังแท้ [1]ชื่อเรียกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ฉีดเพื่อปรับคุณภาพผิว [2]
สารที่พบสูตรผสมได้หลายอย่าง เช่น กรดไฮยาลูรอนิก วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน [3]กรดไฮยาลูรอนิกเป็นสารที่ใช้มากที่สุด และมีสารกลุ่มอื่นอีก เช่น PN คอลลาเจน [2]
มาตรฐานงานทบทวนปี 2008 ระบุว่ายังต้องประเมินประโยชน์ ความปลอดภัย และมาตรฐานของเมโสเพิ่มเติม [12]ผู้เขียนงานทบทวนปี 2024 ระบุว่าวัสดุและขั้นตอนของสกินบูสเตอร์ยังต้องมีมาตรฐาน [2]
ต้องตรวจก่อนฉีดชื่อสาร ผู้ผลิต และการขึ้นทะเบียนเป็นยาหรือเครื่องมือแพทย์กับ อย. [9]ชื่อสาร ผู้ผลิต และการขึ้นทะเบียนเป็นยาหรือเครื่องมือแพทย์กับ อย. [9]

เลื่อนดูตาราง →

สองคำนี้ซ้อนกัน เมโสคือวิธีฉีด ส่วน skin booster คือชื่อเรียกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ฉีดเข้าผิวเพื่อปรับคุณภาพผิว [1][2] งานวิจัยบางฉบับเรียกการฉีดสูตรผสมเข้าผิวหน้าว่า polycomponent mesotherapy [3] ขณะที่งานทบทวนปี 2024 ใช้คำว่า skin booster เป็นหัวข้อรวมของสารฉีดที่ปรับคุณภาพผิว [2]

คำว่า skin booster มาจากชื่อการค้าของผลิตภัณฑ์กรดไฮยาลูรอนิกตัวหนึ่ง ก่อนจะถูกใช้เป็นคำเรียกทั่วไป [2] งานทบทวนเดียวกันจัดสกินบูสเตอร์ตามชนิดสารพอลิเมอร์ ทั้งสารธรรมชาติและสารสังเคราะห์ และระบุว่าส่วนประกอบหลากหลายมาก [2]

ถ้าสงสัยว่าต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร อ่านต่อที่ [[skin-booster-vs-filler]] สรุปสั้น ๆ คือสกินบูสเตอร์มุ่งปรับคุณภาพผิว ไม่ได้มุ่งเติมปริมาตรเชิงกลไกเป็นหลัก [2]

ส่วนประกอบในเมโสหน้าใสและสกินบูสเตอร์มีอะไรบ้าง

สารที่พบในงานทบทวนมีกรดไฮยาลูรอนิก สูตรผสมวิตามินและกรดอะมิโน PN คอลลาเจน โบท็อกชั้นผิว และสารกระตุ้นคอลลาเจน โดยหลักฐานของแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน [2] วิธีอ่านชื่อ HA บนฉลากดูได้ที่ [[hyaluronic-acid-label]] และเรื่อง PN ดูที่ [[rejuran-pn-polynucleotide-explained]]

สูตรที่ใส่สารหลายอย่างไม่ได้แปลว่าได้ผลดีกว่า ผู้เขียนบทความที่ผู้ผลิตสนับสนุนระบุเองว่าการรวมสารหลายอย่างไว้ด้วยกันยังไม่พอจะแสดงว่าสูตรได้ผล เพราะสารต้องคงความเสถียรในสูตรด้วย [3] และข้อเสนอว่าเซลล์ผิวต้องการสารตั้งต้นและพลังงานเพิ่มนั้น ยังไม่ได้ศึกษาอย่างทั่วถึง [3]

  • กรดไฮยาลูรอนิก (HA) แบบไม่เชื่อมขวางหรือเชื่อมขวางน้อย: เป็นสารที่ใช้มากที่สุดในกลุ่มนี้ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น [2] HA ไม่เชื่อมขวางให้ผลไม่สม่ำเสมอในบางงาน อาจเพราะถูกเอนไซม์ในร่างกายย่อยเร็ว [2]
  • สูตรผสมวิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน และ HA: เรียกว่า polycomponent หรือสูตรค็อกเทล [2][3] ผู้เขียนงานทบทวนระบุว่าความเสถียรและปฏิกิริยาระหว่างสารที่ผสมกันยังขาดหลักฐาน [2]
  • PN และ PDRN: สายดีเอ็นเอที่สกัดจากปลาตระกูลแซลมอน ใช้ฟื้นฟูผิว และงานทบทวนระบุว่าต้องมีการศึกษาสุ่มที่ใหญ่และนานกว่านี้ [2]
  • คอลลาเจนชนิดฉีดเข้าผิว เช่น atelocollagen: ผู้เขียนงานทบทวนระบุว่ายังต้องมีงานวิจัยทางคลินิกและห้องปฏิบัติการเพิ่ม [2]
  • โบท็อกฉีดเข้าชั้นผิว: งานทบทวนปี 2024 รายงานว่าช่วยความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น [2] แต่การวิเคราะห์รวมงานวิจัยอีกฉบับไม่พบผลต่อความชุ่มชื้นของผิว และระบุว่ายังต้องมีงานคุณภาพสูงเพิ่ม [13]
  • สารกระตุ้นคอลลาเจน เช่น PLLA PDLLA PCL: งานทบทวนจัดอยู่ในกลุ่มสารฉีดที่ใช้เพื่อปรับผิว และอาจเกิดก้อนที่เห็นชัดและอยู่นานกว่า HA [2] ดูต่อที่ [[collagen-stimulator-types-explained]]

เมโสหน้าใสได้ผลจริงไหม หลักฐานแข็งแรงแค่ไหน

มีรายงานว่าผิวยืดหยุ่นและเปล่งปลั่งขึ้นในบางการศึกษา แต่ข้อมูลของเมโสที่ใช้ HA เพื่อฟื้นฟูผิวหน้ามีน้อย และสูตรผสมยังขาดการศึกษาควบคุมที่แข็งแรง [2][4] ผู้เขียนการทดลองหนึ่งเองก็เปิดบทความด้วยประโยคว่าข้อมูลของวิธีนี้มีน้อย [4]

การทดลองแบบสุ่มในผู้หญิง 55 คน ฉีด HA ไม่เชื่อมขวางที่แก้มข้างหนึ่งและน้ำเกลือที่แก้มอีกข้าง ความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนฉีด และความเปล่งปลั่งดีกว่าข้างน้ำเกลืออย่างมีนัยสำคัญเมื่อวัดที่ 3 เดือนหลังสิ้นสุดการรักษา [4] งานนี้ผู้ผลิตเป็นผู้ให้ทุน [4]

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการประเมินจากหน่วยงานกำกับ FDA สหรัฐฯ อนุมัติเจล HA เชื่อมขวางตัวหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 2023 ให้ฉีดเข้าชั้นผิวเพื่อให้ผิวแก้มเรียบขึ้นในผู้ใหญ่ และจัดเป็นอุปกรณ์ฟิลเลอร์ [6][7] เอกสารสำหรับผู้ป่วยระบุว่าผลดีขึ้นอยู่ได้ 6 เดือนในผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ [8] แต่นั่นเป็นการอนุมัติเฉพาะผลิตภัณฑ์ตัวนั้นและเฉพาะแก้ม ไม่ได้ครอบคลุมสูตรเมโสทุกแบบ [7]

ผู้เขียนงานทบทวนปี 2024 สรุปว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงยังขาด การวัดผลอย่างเป็นกลางทำได้ยาก และการศึกษาควบคุมที่เทียบสูตรผสมยังมีจำกัด [2] งานทบทวนปี 2008 เคยสรุปว่าทั้งความปลอดภัยและประสิทธิผลของเมโสเพื่อความงามยังไม่ชัดเจน [12] ซึ่งเก่ากว่ามากและควรอ่านเป็นภาพประวัติ

เมโสหน้าใสมีความเสี่ยงอะไร และต้องระวังอะไร

ที่พบบ่อยคือผิวแดง บวม ช้ำ และก้อนเล็ก ส่วนที่ร้ายแรงกว่าคือการติดเชื้อ การแพ้ และหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งพบน้อยกว่า [2][8][11] งานทบทวนปี 2024 ระบุว่าอาการชั่วคราวที่พบบ่อยคือผิวแดงและบวมอยู่ไม่กี่ชั่วโมง อาจเจ็บ ช้ำเป็นบางราย และมีรอยเข็ม [2]

ในการทดลองสุ่มของ HA เมโสที่แก้ม ผู้เข้าร่วม 87.7% มีอาการข้างเคียงอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ส่วนมากเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ห้อเลือด บวม ตุ่ม และผิวแดง [4] งานทบทวนระบุว่า HA ไม่เชื่อมขวางและ PN มักให้ก้อนเล็กที่หายเอง ส่วนสารสังเคราะห์กลุ่ม PLA อาจให้ก้อนที่เห็นชัดและอยู่นานกว่า [2]

การติดเชื้อมีรายงานจริง มีการระบาดของการติดเชื้อใต้ผิวหนังจากเชื้อ nontuberculous mycobacteria หลังเมโสที่ฉีดหลายจุด ผู้เขียนสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับการล้างอุปกรณ์ฉีดหลายหัวเข็มด้วยน้ำประปาอย่างไม่เหมาะสม [11] สมาคมเมโสแห่งอิตาลีระบุว่าการติดเชื้อที่รายงานส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัย การทำในสถานที่ไม่เหมาะสม หรือโดยผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรวิชาชีพ และไม่แนะนำให้ฉีดเอง [1]

งานทบทวนปี 2024 เตือนว่าสารที่ได้รับอนุญาตเฉพาะแบบทา ถ้าฉีดเข้าผิวอาจนำอนุภาคที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันเข้าไป ทำให้แพ้หรือเกิดก้อนอักเสบชนิด foreign-body granuloma ได้ จึงควรใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่อนุมัติให้ฉีดในคน [2]

อย. ไทยเตือนเมื่อ 19 มีนาคม 2569 (2026) ว่าเมโสเซรั่มที่จดแจ้งเป็นเครื่องสำอางห้ามนำมาฉีด เพราะเครื่องสำอางใช้ภายนอกร่างกายและไม่ได้ประเมินความปลอดภัยสำหรับการฉีด ผลิตภัณฑ์ที่ฉีดได้ต้องขึ้นทะเบียนเป็นยาหรือเครื่องมือแพทย์ และต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาต [9] ประกาศปี 2566 ก็ย้ำเรื่องเครื่องสำอางในขวดแอมพูลหรือไวอัล และเตือนว่าคำว่าผ่าน อย. แล้ว ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยสำหรับการฉีด เพราะผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน อย. มีหลายประเภทตามระดับความเสี่ยง [10]

ก่อนฉีดหน้าใส ควรถามแพทย์อะไรบ้าง

ควรถามชื่อและเลขทะเบียนของสารที่ใช้ ประวัติแพ้และยาที่ใช้อยู่ และอาการที่ต้องรีบกลับมาพบแพทย์ [8][9] อย. แนะให้ขอตรวจสอบเลข อย. ของผลิตภัณฑ์ก่อนรับบริการ ผ่านเว็บไซต์ www.fda.moph.go.th และหลีกเลี่ยงการรับบริการหากผู้ให้บริการแสดงเลขไม่ได้ [9]

ตัวอย่างข้อห้ามและข้อควรระวังด้านล่างมาจากเอกสารของเจล HA ที่ FDA อนุมัติตัวหนึ่ง ใช้เป็นตัวอย่างคำถามได้ แต่ข้อห้ามจริงของสารที่เราจะได้รับต้องดูจากเอกสารของสารนั้น [8]

สัญญาณที่เอกสารฉบับนั้นให้รีบแจ้งแพทย์ทันทีคือการมองเห็นเปลี่ยน อาการคล้ายหลอดเลือดสมอง เช่น พูดลำบากกะทันหัน ชาหรืออ่อนแรงที่หน้า แขน ขา ผิวบริเวณที่ฉีดขาวซีด หรือปวดผิดปกติระหว่างหรือหลังฉีด [8] ดูการดูแลหลังฉีดต่อที่ [[skin-booster-results-and-aftercare]] และวิธีเทียบตัวเลือกที่ [[skin-booster-which-for-which-skin]]

  • สารที่จะฉีดชื่ออะไร ผู้ผลิตคือใคร และขึ้นทะเบียนเป็นยาหรือเครื่องมือแพทย์กับ อย. หรือไม่ ขอดูเลขแล้วตรวจที่ www.fda.moph.go.th [9][10]
  • เคยแพ้รุนแรง แพ้ยาชาลิโดเคน หรือแพ้ฟิลเลอร์ HA หรือไม่ เอกสารของเจล HA ตัวหนึ่งห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติเหล่านี้ [8]
  • ผิวบริเวณที่จะฉีดมีแผล สิว ผื่น ลมพิษ ซีสต์ หรือการติดเชื้อหรือไม่ เอกสารเดียวกันให้เลื่อนการฉีดไปจนกว่าจะหาย [8]
  • ยาที่ใช้อยู่ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพราะอาจช้ำหรือเลือดออกมากขึ้น [8]
  • วางแผนทำเลเซอร์ ลอกผิว หรือหัตถการอื่นหลังฉีดหรือไม่ เพราะมีความเสี่ยงอักเสบ งานทบทวนแนะให้ทำก่อนฉีดหรือเว้นระยะ [2][8]
  • ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกันหรือไม่ เอกสารระบุว่ายังไม่มีการศึกษาความปลอดภัยในการตั้งครรภ์และให้นมบุตร และยากดภูมิเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ [8]
  • แพทย์จะวัดหรือประเมินว่าผิวดีขึ้นอย่างไร และจะทำอย่างไรถ้าเกิดก้อนหรืออาการผิดปกติ [2][5]

คำถามที่พบบ่อย

เมโสหน้าใสคืออะไร?

คือการฉีดสารปริมาณน้อยหลายจุดเข้าชั้นผิวหนังแท้เพื่อบำรุงผิวหน้า ใช้สารได้หลายแบบ เช่น กรดไฮยาลูรอนิก วิตามิน กรดอะมิโน [1][3] ส่วนคำว่าหน้าใสไม่มีเกณฑ์วัดมาตรฐาน [5]

เมโสหน้าใสกับ skin booster เหมือนกันไหม?

ซ้อนกันมาก เมโสคือชื่อเทคนิคการฉีด ส่วน skin booster คือชื่อเรียกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ฉีดเพื่อปรับคุณภาพผิว จึงควรถามแพทย์ว่าสารที่ใช้คือสารอะไรแทนการดูจากชื่อเรียก [1][2]

ฉีดหน้าใสใช้สารอะไรฉีด?

ที่พบในงานทบทวนมีกรดไฮยาลูรอนิก สูตรผสมวิตามินและกรดอะมิโน PN คอลลาเจน โบท็อกชั้นผิว และสารกระตุ้นคอลลาเจน แต่ละกลุ่มมีหลักฐานและความเสี่ยงต่างกัน [2][3] ดูวิธีเทียบที่ [[skin-booster-which-for-which-skin]]

ฉีดเมโสหน้าใสปลอดภัยไหม?

ไม่มีคำตอบเดียว อาการที่พบบ่อยคือผิวแดง บวม ช้ำ และก้อนเล็ก [2] ในการทดลองหนึ่ง 87.7% มีอาการข้างเคียงอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ส่วนมากเล็กน้อยถึงปานกลาง [4] ความเสี่ยงสูงขึ้นเมื่อใช้เครื่องสำอางหรือสารที่ไม่ได้รับอนุมัติให้ฉีด หรือทำในที่ที่ไม่ถูกสุขอนามัย [1][2][9]

ใครฉีดเมโสหน้าใสได้?

อย. ระบุว่าต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาต [9] สมาคมเมโสแห่งอิตาลีไม่แนะนำให้ผู้รับบริการฉีดเอง [1]

ฉีดหน้าใสกี่วันเห็นผล?

ไม่มีจำนวนวันมาตรฐาน การทดลองที่เปิดอ่านวัดผลที่ 1 เดือนและ 3 เดือนหลังสิ้นสุดการรักษา ไม่ได้รายงานเป็นรายวัน [4] ดูรายละเอียดที่ [[skin-booster-results-and-aftercare]]

ข้อมูลนี้เพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ การทำหัตถการทุกชนิดควรทำโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาต

แหล่งอ้างอิง

  1. Mammucari M, Maggiori E, Russo D, et al. Mesotherapy: From Historical Notes to Scientific Evidence and Future Prospects. The Scientific World Journal. 2020;2020:3542848. doi:10.1155/2020/3542848. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7305548/กลับไปที่ข้อความ
  2. Rho NK, Kim HS, Kim SY, Lee W. Injectable “Skin Boosters” in Aging Skin Rejuvenation: A Current Overview. Archives of Plastic Surgery. 2024;51(6):528-541. doi:10.1055/a-2366-3436. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11560330/กลับไปที่ข้อความ
  3. Prikhnenko S. Polycomponent mesotherapy formulations for the treatment of skin aging and improvement of skin quality. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2015;8:151-157 (medical writing support funded by the maker of the NCTF product). doi:10.2147/CCID.S76721. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4396578/กลับไปที่ข้อความ
  4. Baspeyras M, Rouvrais C, Liégard L, et al. Clinical and biometrological efficacy of a hyaluronic acid-based mesotherapy product: a randomised controlled study. Archives of Dermatological Research. 2013;305(8):673-682 (funded by the manufacturer). doi:10.1007/s00403-013-1360-7. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3778226/กลับไปที่ข้อความ
  5. Goldie K, Kerscher M, Fabi SG, et al. Skin Quality - A Holistic 360° View: Consensus Results. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology. 2021;14:643-654. doi:10.2147/CCID.S309374. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8214518/กลับไปที่ข้อความ
  6. US FDA. SKINVIVE by JUVÉDERM - P110033/S059 (recently approved devices; approved 2023-05-11). https://www.fda.gov/medical-devices/recently-approved-devices/skinvive-juvederm-p110033s059กลับไปที่ข้อความ
  7. US FDA, CDRH. Summary of Safety and Effectiveness Data (SSED): SKINVIVE by JUVÉDERM, PMA P110033/S059, approved 2023-05-11. https://www.accessdata.fda.gov/cdrh_docs/pdf11/P110033S059B.pdfกลับไปที่ข้อความ
  8. Allergan / US FDA. SKINVIVE by JUVÉDERM: Patient Information Labeling, PMA P110033/S059 (FDA approval packet). https://www.accessdata.fda.gov/cdrh_docs/pdf11/P110033S059D.pdfกลับไปที่ข้อความ
  9. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). อย. เตือนห้ามฉีดเครื่องสำอางเมโซเซรั่มเข้าผิว อันตรายถึงชีวิต แนะตรวจสอบเลข อย. ก่อนใช้บริการ. ข่าวแจก 128, 19 มีนาคม 2569 (2026). https://www.fda.moph.go.th/news/mozuกลับไปที่ข้อความ
  10. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). อย. ย้ำ เครื่องสำอางในขวดรูปแบบยาฉีด ห้ามใช้ฉีดเข้าผิวหนัง. ข่าวแจก 169, 23 สิงหาคม 2566 (2023). https://www.fda.moph.go.th/news/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%89%E0%B8%B5%E0%B8%94
  11. Carbonne A, Brossier F, Arnaud I, et al. Outbreak of nontuberculous mycobacterial subcutaneous infections related to multiple mesotherapy injections. Journal of Clinical Microbiology. 2009;47(6):1961-1964. doi:10.1128/jcm.00196-09. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC2691096/
  12. Atiyeh BS, Ibrahim AE, Dibo SA. Cosmetic mesotherapy: between scientific evidence, science fiction, and lucrative business. Aesthetic Plastic Surgery. 2008;32(6):842-849. doi:10.1007/s00266-008-9195-x. https://doi.org/10.1007/s00266-008-9195-x
  13. Rahman E, Rao P, Philipp-Dormston W, et al. Intradermal Botulinum Toxin A on Skin Quality and Facial Rejuvenation: A Systematic Review and Meta-analysis. Plastic and Reconstructive Surgery Global Open. 2024;12(8):e6084. doi:10.1097/gox.0000000000006084. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11343530/
บทความนี้มีประโยชน์ไหม?