ข้ามไปยังเนื้อหา

สลายฟิลเลอร์2 รายการ

สลายฟิลเลอร์

สลายฟิลเลอร์คือการใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสย่อยฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูโรนิก โดยแพทย์เป็นผู้ฉีด หมวดนี้รวมไฮยาลูโรนิเดสชนิดขวดความแรง 1,500 IU เช่น Liporase และ Hyalase สำหรับคลินิกที่ต้องการรู้จักผลิตภัณฑ์ก่อนเลือก เอนไซม์ทำงานกับไฮยาลูโรนิกโดยตรง จึงเกี่ยวข้องกับฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูโรนิกเป็นหลัก

เริ่มอ่านจากความหมายของเอนไซม์ ชนิดฟิลเลอร์ที่เกี่ยวข้อง กรณีที่แพทย์นำมาใช้ และข้อควรระวังเรื่องการแพ้ แล้วจึงดูชื่อบนกล่อง ความแรง และเงื่อนไขการเก็บตามฉลาก ข้อมูลเหล่านี้ช่วยแยกผลิตภัณฑ์ออกจากกัน ส่วนแผนการใช้เป็นหน้าที่ของแพทย์

แบรนด์ในสลายฟิลเลอร์
ทั้งหมด 2 รายการ

สลายฟิลเลอร์คืออะไร และควรดูข้อมูลใดก่อนเลือกผลิตภัณฑ์?

สลายฟิลเลอร์คือการฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสเพื่อย่อยฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูโรนิกที่อยู่ในเนื้อเยื่อ โดยแพทย์เป็นผู้ทำ เอนไซม์นี้เป็นยาที่ใช้ภายใต้การสั่งของแพทย์ในหลายประเทศ ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ควรอ่านชื่อบนกล่อง ความแรงต่อขวด แหล่งที่มาของเอนไซม์ ผู้ผลิต วันหมดอายุ และเงื่อนไขการเก็บจากฉลาก ฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่ไฮยาลูโรนิกไม่ใช่เป้าหมายของเอนไซม์นี้ และ FDA ระบุว่านำออกได้ยากกว่า ส่วนการประเมินและแผนการใช้เป็นหน้าที่ของแพทย์

สลายฟิลเลอร์ใช้เอนไซม์อะไร และไฮยาลูโรนิเดสทำงานอย่างไร?

ไฮยาลูโรนิเดสเป็นกลุ่มเอนไซม์ที่ย่อยไฮยาลูโรนิก ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อ เมื่อไฮยาลูโรนิกถูกย่อย ความหนืดของวัสดุลดลงและเนื้อเยื่อซึมผ่านได้มากขึ้น จึงนำมาฉีดสลายฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูโรนิกได้ บทความทบทวนใน JMIR Dermatology อธิบายว่าเอนไซม์นี้ย่อยไฮยาลูโรนิกและช่วยแก้ภาวะแทรกซ้อนจากฟิลเลอร์ชนิดนี้ได้

เอนไซม์ชนิดเดียวกันมีข้อบ่งใช้อื่นทางการแพทย์ เช่น ช่วยให้ยาฉีดชนิดอื่นกระจายและดูดซึมได้ดีขึ้น และใช้ร่วมกับยาชาในงานผ่าตัดตา ฉลาก Hydase ที่ FDA เผยแพร่ระบุข้อบ่งใช้เป็นตัวช่วยเพิ่มการดูดซึมของยาฉีด การให้สารน้ำใต้ผิวหนัง และการดูดซึมสารทึบรังสีในการถ่ายภาพระบบปัสสาวะ ส่วนการสลายฟิลเลอร์ไม่อยู่ในรายการข้อบ่งใช้ของฉลากนั้น

ฟิลเลอร์ชนิดใดที่เกี่ยวข้องกับการสลายฟิลเลอร์?

เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสเกี่ยวข้องกับฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูโรนิก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้บ่อยในฟิลเลอร์ FDA ระบุว่าการนำฟิลเลอร์ออกอาจทำได้ยากกว่าในชนิดที่ไม่ใช่ไฮยาลูโรนิก โดยเฉพาะชนิดที่เรียกว่าถาวร การรู้ว่าฟิลเลอร์เดิมเป็นชนิดใดจึงสำคัญต่อการพิจารณาของแพทย์ ชื่อบนกล่องหรือบันทึกจากครั้งก่อนช่วยระบุได้

ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแต่ละสูตรถูกย่อยได้ไม่เท่ากัน บทความทบทวนระบุว่าคุณสมบัติทางกายภาพของฟิลเลอร์มีผลต่อการถูกย่อยด้วยเอนไซม์ จึงไม่ควรอนุมานจากชื่อหมวดหรือชื่อยี่ห้อฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว แพทย์เป็นผู้ประเมินว่าสิ่งที่อยู่ในเนื้อเยื่อเป็นฟิลเลอร์ชนิดใด และควรใช้เอนไซม์หรือไม่

แพทย์ใช้เอนไซม์สลายฟิลเลอร์ในกรณีใดบ้าง?

บทความทบทวนใน JMIR Dermatology ระบุว่าก้อนที่ไม่อักเสบ ซึ่งเกิดจากการฉีดมากเกินไป ฉีดผิดตำแหน่ง หรือฟิลเลอร์เคลื่อนที่ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยอย่างหนึ่ง และไฮยาลูโรนิเดสเป็นเครื่องมือที่แพทย์นำมาใช้กับภาวะเหล่านี้ได้ เอนไซม์จึงเป็นเครื่องมือแก้ไขของแพทย์ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้เอง

อีกกรณีคือฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือด ซึ่ง FDA เรียกว่าความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุด และระบุว่าอาจทำให้เนื้อเยื่อตาย การมองเห็นผิดปกติ หรือโรคหลอดเลือดสมอง บทความทบทวนระบุว่ากรณีหลอดเลือดอุดตันและตาบอดต้องรักษาด้วยเอนไซม์ทันที ผิวซีด เทา หรือน้ำเงินใกล้จุดที่ฉีด และสายตาผิดปกติ เป็นสัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์ทันที

ไฮยาลูโรนิเดสในหมวดนี้มีชื่อและรูปแบบอย่างไร?

หมวดนี้รวมไฮยาลูโรนิเดสชนิดขวดความแรง 1,500 IU เช่น Liporase และ Hyalase เอนไซม์ชนิดนี้ที่ใช้อยู่ทั่วโลกมีทั้งที่ได้จากสัตว์และชนิดรีคอมบิแนนต์ของมนุษย์ ตามที่บทความทบทวนสรุป จึงควรอ่านฉลากเพื่อดูแหล่งที่มาของเอนไซม์ในแต่ละรายการ แทนการสรุปจากชื่อยี่ห้อ

ชื่อบนกล่อง ความแรงต่อขวด ผู้ผลิต เลขรุ่นการผลิต และวันหมดอายุ เป็นข้อมูลที่ใช้แยกผลิตภัณฑ์ออกจากกัน ตัวเลข IU บนขวดบอกความแรงตามที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่ใช่การเปรียบเทียบสูตรระหว่างยี่ห้อ หากสองรายการมีความแรงเท่ากัน ส่วนประกอบอื่นและแหล่งที่มาของเอนไซม์ยังต้องอ่านจากเอกสารของแต่ละรายการ

อาการแพ้ไฮยาลูโรนิเดสและข้อควรระวังมีอะไรบ้าง?

บทความทบทวนระบุว่าอาการแพ้ไฮยาลูโรนิเดสพบไม่บ่อยในงานความงาม และชนิดรีคอมบิแนนต์ถูกมองว่าเกิดอาการแพ้น้อยกว่า แต่ข้อมูลระยะยาวยังจำกัด ผู้ที่แพ้ไฮยาลูโรนิเดสหรือส่วนประกอบในสูตรเป็นข้อห้ามใช้ตามฉลาก Hydase ส่วนผู้ที่แพ้พิษผึ้งหรือต่อมีความเสี่ยงแพ้ข้ามกลุ่ม ซึ่งบทความทบทวนเน้นให้ตรวจสอบก่อน

ฉลาก Hydase ระบุเพิ่มว่าไม่ควรฉีดเข้าไปหรือรอบบริเวณที่ติดเชื้อหรืออักเสบเฉียบพลัน เพราะอาจทำให้การติดเชื้อเฉพาะที่ลุกลาม ประวัติแพ้ การติดเชื้อ และยาที่ใช้อยู่จึงเป็นข้อมูลที่ต้องแจ้งแพทย์ การทดสอบผิวก่อนใช้เป็นเรื่องที่แพทย์พิจารณา บทความทบทวนอธิบายว่าไม่จำเป็นต้องทำในกรณีฉุกเฉิน

ควรอ่านฉลากและเงื่อนไขการเก็บอย่างไร?

ฉลาก Hydase ที่ FDA เผยแพร่ระบุให้เก็บในตู้เย็นที่ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียสและห้ามแช่แข็ง ซึ่งเป็นตัวอย่างของเอนไซม์ชนิดเดียวกัน แต่เงื่อนไขของ Liporase, Hyalase หรือยี่ห้ออื่นต้องอ่านจากฉลากและเอกสารของรายการนั้นโดยตรง รวมถึงข้อความเรื่องการเตรียมและระยะเวลาใช้หลังเตรียม

ตรวจวันหมดอายุ เลขรุ่น สภาพขวด และลักษณะของผงหรือสารละลายตามที่เอกสารกำหนด หากบรรจุภัณฑ์ผิดปกติหรือคำแนะนำไม่ครบ ให้ผู้รับผิดชอบของคลินิกตรวจสอบก่อนนำไปใช้ การเก็บตามฉลากเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ ส่วนการวางแผนว่าจะใช้หรือไม่เป็นเรื่องของแพทย์

ใครเป็นผู้ใช้ และใครวางแผนการสลายฟิลเลอร์?

FDA ระบุว่าการฉีดฟิลเลอร์ควรถือเป็นหัตถการทางการแพทย์ และควรเป็นผู้ให้บริการที่มีใบอนุญาตและมีประสบการณ์ ไฮยาลูโรนิเดสเป็นยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ตามที่ Wikipedia สรุปไว้ จึงเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับแพทย์และคลินิก

ปริมาณและวิธีใช้เป็นเรื่องที่แพทย์ตัดสินใจเป็นรายกรณี บทความทบทวนระบุว่าคำแนะนำเรื่องขนาดที่ใช้มีความเห็นต่างกัน และเอนไซม์มากเกินไปอาจย่อยฟิลเลอร์ออกหมด หมวดนี้จึงอธิบายเฉพาะตัวผลิตภัณฑ์ ผู้ที่สนใจควรเล่าให้แพทย์ฟังถึงฟิลเลอร์ที่เคยใช้ ตำแหน่ง และสิ่งที่กังวล

คำถามที่พบบ่อย

สลายฟิลเลอร์ใช้ได้กับฟิลเลอร์ชนิดไหน?
เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสย่อยไฮยาลูโรนิก จึงเกี่ยวข้องกับฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูโรนิก FDA ระบุว่าฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่ไฮยาลูโรนิก โดยเฉพาะชนิดถาวร อาจนำออกได้ยากกว่า สูตรของฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิกแต่ละตัวถูกย่อยได้ไม่เท่ากันตามคุณสมบัติทางกายภาพ ควรแจ้งแพทย์ว่าเคยใช้ฟิลเลอร์ชื่อใด และนำเอกสารหรือบันทึกครั้งก่อนไปประกอบการประเมิน
สลายฟิลเลอร์ราคาเท่าไร และควรพิจารณาค่าใช้จ่ายอย่างไร?
แพทย์ต้องประเมินฟิลเลอร์เดิม ตำแหน่ง และสภาพเนื้อเยื่อก่อนอธิบายแผนและค่าใช้จ่าย ควรสอบถามว่าค่าใช้จ่ายที่แจ้งครอบคลุมการประเมิน ตัวยา การฉีด และการติดตามส่วนใดบ้าง เพราะแต่ละคลินิกอาจรวมรายการต่างกัน ส่วนราคาของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการสำหรับคลินิกดูได้จากหน้าสินค้า
ฉีดสลายฟิลเลอร์ต้องฉีดกี่ครั้ง?
แพทย์เป็นผู้กำหนดแผนหลังตรวจและประเมินแต่ละคน บทความทบทวนระบุว่าความเห็นเรื่องวิธีใช้มีหลากหลาย และคุณสมบัติของฟิลเลอร์มีผลต่อการถูกย่อย จึงใช้ประสบการณ์ของผู้อื่นเป็นเกณฑ์ไม่ได้ ควรบอกแพทย์ว่าเคยใช้ฟิลเลอร์ชื่อใด บริเวณใด และถามว่าการติดตามจะพิจารณาเรื่องใด
ไฮยาลูโรนิเดสย่อยไฮยาลูโรนิกตามธรรมชาติในผิวด้วยหรือไม่?
เอนไซม์ย่อยไฮยาลูโรนิกในบริเวณที่ฉีด ซึ่งรวมถึงไฮยาลูโรนิกตามธรรมชาติ บทความทบทวนระบุว่าร่างกายสร้างทดแทน และไม่พบผลเสียระยะยาวต่อคุณภาพผิว แต่เอนไซม์ปริมาณสูงอาจย่อยฟิลเลอร์ออกหมดได้ แพทย์จึงเป็นผู้ประเมินเป็นรายกรณีว่าควรใช้เอนไซม์มากน้อยเพียงใด
ก่อนสลายฟิลเลอร์ต้องทดสอบภูมิแพ้หรือไม่?
ขึ้นกับแพทย์ บทความทบทวนระบุว่าไม่ต้องทดสอบก่อนในกรณีฉุกเฉิน เช่น หลอดเลือดอุดตัน การทดสอบเป็นทางเลือกในกรณีที่ไม่เร่งด่วน และไม่จำเป็นกับชนิดรีคอมบิแนนต์ ผู้ที่เคยแพ้ผึ้งหรือต่อควรแจ้งแพทย์ เพราะมีความเสี่ยงแพ้ข้ามกลุ่ม ฉลากของผลิตภัณฑ์ระบุว่าห้ามใช้ในผู้ที่แพ้เอนไซม์หรือส่วนประกอบ
ยาสลายฟิลเลอร์ใช้ปริมาณเท่าไร?
แพทย์ตัดสินใจหลังตรวจฟิลเลอร์เดิมและตำแหน่งของแต่ละคน บทความทบทวนระบุว่าคำแนะนำเรื่องขนาดมีความเห็นต่างกัน และคุณสมบัติของฟิลเลอร์มีผลต่อการย่อย ตัวเลข IU บนขวดบอกความแรงต่อขวดเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าควรใช้เท่าไร ควรบอกแพทย์ถึงชนิดฟิลเลอร์เดิมและบริเวณที่สนใจ
Liporase กับ Hyalase ต่างกันหรือไม่?
ทั้งสองรายการในหมวดนี้เป็นไฮยาลูโรนิเดสความแรง 1,500 IU ต่อขวด ส่วนแหล่งที่มาของเอนไซม์ ส่วนประกอบอื่น ผู้ผลิต และเงื่อนไขการเก็บ ต้องอ่านจากฉลากและเอกสารของแต่ละรายการ ไม่ควรอนุมานจากชื่อยี่ห้อ เอนไซม์ชนิดนี้มีทั้งที่ได้จากสัตว์และชนิดรีคอมบิแนนต์ ตามที่บทความทบทวนสรุป
ควรเก็บยาสลายฟิลเลอร์อย่างไร?
อ่านจากฉลากและเอกสารของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง ฉลาก Hydase ที่ FDA เผยแพร่ระบุให้เก็บในตู้เย็น 2 ถึง 8 องศาเซลเซียสและห้ามแช่แข็ง เป็นตัวอย่างของเอนไซม์ชนิดเดียวกัน ตรวจวันหมดอายุ เลขรุ่น และสภาพขวดจากกล่องที่จะนำไปใช้ หากคำแนะนำไม่ครบ ให้ผู้รับผิดชอบของคลินิกตรวจสอบก่อน